ลองนึกภาพเจ้าของบริษัทที่กำลังจะขายกิจการให้ Berkshire แล้วบัฟเฟตต์ถามว่าอยากได้เงินเดือนเท่าไหร่ พร้อมสัญญาว่าจะให้ตามที่ขอทุกบาท คนส่วนใหญ่คงรีบเสนอตัวเลขสูงๆ แต่ชายคนนี้กลับขอแค่ 100,000 ดอลลาร์ต่อปี เพราะไม่อยากได้เงินเดือนมากกว่าเจ้านายตัวเอง จดหมายปี 2024 ที่บัฟเฟตต์เขียนตอนอายุ 94 ปี เต็มไปด้วยเรื่องราวความซื่อสัตย์แบบนี้ ท่ามกลางตัวเลขภาษีที่ทำลายสถิติทุกยุคทุกสมัย
ความผิดพลาด คำที่ Berkshire ไม่กลัวจะพูด
บัฟเฟตต์เปิดจดหมายปีนี้ด้วยหัวข้อ "ความผิดพลาด ใช่ เราทำผิดพลาดกันที่ Berkshire" เขาเล่าว่าในช่วงปี 2019 ถึง 2023 เขาใช้คำว่า "mistake" หรือ "error" ในจดหมายผู้ถือหุ้นถึง 16 ครั้ง ขณะที่บริษัทใหญ่หลายแห่งแทบไม่เคยใช้คำเหล่านี้เลยตลอดช่วงเวลาเดียวกัน เขายกให้ Amazon เป็นข้อยกเว้นที่กล้าพูดตรงๆ ในจดหมายปี 2021 ของตัวเอง
เขาอ้างคำพูดของชาร์ลี มังเกอร์ที่เรียกการเลื่อนแก้ปัญหาว่า "การดูดนิ้วโป้ง" (thumb-sucking) บอกว่าปัญหาไม่มีทางหายไปเองได้ ต้องลงมือแก้ไขแม้จะไม่สบายใจก็ตาม บัฟเฟตต์ยังบอกด้วยว่าเขาเคยเป็นกรรมการบริษัทใหญ่หลายแห่งที่คำว่า "ผิดพลาด" หรือ "ผิด" เป็นคำต้องห้ามในที่ประชุม ซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้ง เพราะมันสื่อว่าผู้บริหารต้องสมบูรณ์แบบตลอดเวลา ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีใครทำได้ขนาดนั้น
ชายที่ขอเงินเดือนต่ำกว่าเจ้านายตัวเอง
เรื่องที่ประทับใจที่สุดในจดหมายปีนี้คือเรื่องราวของ Pete Liegl ผู้ก่อตั้งบริษัท Forest River ผู้ผลิตรถบ้าน (RV) ที่เสียชีวิตในวัย 80 ปี ยังทำงานอยู่จนวันสุดท้าย ปี 2005 บัฟเฟตต์ได้รับจดหมายจากคนกลางที่บอกว่า Pete อยากขายกิจการให้ Berkshire โดยเฉพาะ พร้อมบอกราคาที่ต้องการมาด้วย บัฟเฟตต์ชอบสไตล์ตรงไปตรงมาแบบนี้ เลยนัดเจอกันที่โอมาฮา
ตอนคุยกันเรื่องเงินเดือน บัฟเฟตต์บอกว่าจะให้เท่าไหร่ก็ได้ตามที่ Pete ขอ Pete หยุดคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ผมดูงบการเงินของ Berkshire แล้ว ผมไม่อยากได้เงินเดือนมากกว่าเจ้านายตัวเอง ขอแค่ 100,000 ดอลลาร์ต่อปีก็พอ" แต่ขอโบนัส 10% จากกำไรส่วนที่เกินกว่าที่บริษัททำได้อยู่ในตอนนั้น บัฟเฟตต์บอกว่าหลังจากตกลงกันเสร็จ ทั้งสี่คนก็ไปกินมื้อค่ำด้วยกันแล้ว "อยู่กันอย่างมีความสุขตลอดมา" 19 ปีต่อมา Pete สร้างผลงานที่ไม่มีคู่แข่งรายใดตามทัน
เช็คหนึ่งล้านดอลลาร์ทุก 20 นาที ตลอดทั้งปี
บัฟเฟตต์เล่าเรื่องภาษีของ Berkshire ด้วยตัวเลขที่ทำเอาตะลึง ปี 2024 Berkshire จ่ายภาษีให้กรมสรรพากรสหรัฐฯ รวม 26.8 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นราว 5% ของภาษีเงินได้นิติบุคคลทั้งหมดที่รัฐบาลสหรัฐฯ เก็บได้ในปีนั้น เขาเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าถ้า Berkshire ส่งเช็ค 1 ล้านดอลลาร์ให้กรมสรรพากรทุกๆ 20 นาที ตลอด 366 วันของปีนั้น ก็ยังจะติดหนี้ภาษีเพิ่มอีก ต้องรอถึงเดือนมกราคมปีถัดไปกว่าจะจ่ายครบ
สิ่งที่ทำให้เกิดตัวเลขนี้ได้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ตลอด 60 ปีนับตั้งแต่บัฟเฟตต์เข้าบริหาร Berkshire จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เมื่อวันที่ 3 มกราคม 1967 จำนวนแค่ 10 เซ็นต์ต่อหุ้น หลังจากนั้นบริษัทเลือกเก็บกำไรไว้ลงทุนต่อทั้งหมด ไม่จ่ายปันผลอีกเลย การสะสมและทบต้นแบบนี้เองที่ทำให้ฐานภาษีของบริษัทเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นบริษัทที่จ่ายภาษีให้สหรัฐฯ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา มากกว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ที่มูลค่าตลาดสูงกว่าหลายเท่าตัวเสียอีก
เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง
- องค์กรหรือคนที่กล้ายอมรับความผิดพลาดตรงๆ มักน่าเชื่อถือกว่า — การพูดว่า "ผิดพลาด" ไม่ใช่จุดอ่อน แต่เป็นสัญญาณของความโปร่งใสที่ช่วยให้แก้ปัญหาได้เร็วก่อนที่มันจะบานปลาย
- คนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมมากกว่าเงิน มักเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ไว้ใจได้ — เรื่องของ Pete Liegl สอนว่าคุณค่าและความซื่อสัตย์ของคนที่เราร่วมงานด้วย สำคัญไม่แพ้ตัวเลขผลตอบแทน
- การไม่จ่ายปันผลแล้วเก็บกำไรไปลงทุนต่ออย่างมีวินัย สามารถทบต้นเป็นมูลค่ามหาศาลได้ในระยะยาว — Berkshire พิสูจน์ผ่านเวลา 60 ปีว่าความอดทนกับการสะสมทีละน้อยสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เกินคาดได้
แหล่งอ้างอิง
- Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2024 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2024 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน