หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2020: ปีที่โควิดปิดร้านเฟอร์นิเจอร์ และบัฟเฟตต์ยอมรับว่าจ่ายแพงไป

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 2020 คือปีที่โควิด-19 ปิดร้านค้าทั่วอเมริกา แม้แต่ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดของ Berkshire ก็ต้องปิดไปกว่าหกสัปดาห์ แต่จดหมายปีนี้ของบัฟเฟตต์ไม่ได้เน้นดราม่าเรื่องโรคระบาดขนาดนั้น สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือเขายอมรับตรงๆ ว่าตัวเองซื้อกิจการหนึ่งมาแพงเกินไป และเล่าเรื่องผู้ก่อตั้งธุรกิจหลายคนที่ไต่จากศูนย์ขึ้นมาเป็นตำนาน

ผมจ่ายแพงไป ยอมรับตรงๆ

ปี 2020 Berkshire รายงานผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินทรัพย์ (write-down) 11 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบทั้งหมดมาจากบริษัท Precision Castparts ที่ Berkshire ซื้อมาตั้งแต่ปี 2016 บัฟเฟตต์เขียนตรงๆ ไม่อ้อมค้อมว่า "ไม่มีใครหลอกผม ผมแค่มองโลกในแง่ดีเกินไปเรื่องศักยภาพกำไรของบริษัทนี้" อุตสาหกรรมการบินซึ่งเป็นลูกค้าหลักของ Precision Castparts เจอปัญหาหนักในปีนั้น ทำให้ข้อผิดพลาดในการประเมินมูลค่าของเขาชัดเจนขึ้นมาทันที

เขาบอกว่าตัวเองประเมินถูกเรื่องที่ว่าบริษัทนี้จะให้ผลตอบแทนที่ดีจากสินทรัพย์ที่ใช้ในธุรกิจ แต่ประเมินผิดเรื่องปริมาณกำไรเฉลี่ยในอนาคต ซึ่งทำให้คำนวณราคาที่เหมาะสมผิดไปด้วย เขายังชมซีอีโอของบริษัทนี้ว่าเป็นคนเก่งและทุ่มเทไม่เปลี่ยนแปลง ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวธุรกิจหรือผู้บริหาร แต่อยู่ที่ราคาที่เขาจ่ายไปตอนแรกต่างหาก

เรื่องราวของคนธรรมดาที่สร้างธุรกิจระดับตำนาน

ส่วนที่สนุกที่สุดของจดหมายปีนี้คือตอนที่บัฟเฟตต์เล่าเรื่อง "สองเมือง" ที่ผลิตนักธุรกิจระดับตำนานให้ Berkshire เริ่มจาก Jack Ringwalt ชายที่ตัดสินใจตั้งบริษัทประกันภัยชื่อ National Indemnity ในโอมาฮาเมื่อปี 1940 ด้วยเงินทุนแค่ 125,000 ดอลลาร์ ทั้งที่ต้องแข่งกับบริษัทประกันยักษ์ใหญ่ที่มีเครือข่ายตัวแทนทั่วประเทศ กลยุทธ์ของเขาคือรับประกันความเสี่ยง "แปลกๆ" ที่บริษัทใหญ่ไม่อยากยุ่งด้วย ปรากฏว่าใช้ได้ผล และปี 1967 บัฟเฟตต์ก็ซื้อกิจการนี้มาด้วยการจับมือแค่ 15 นาที ไม่มีการตรวจสอบบัญชีด้วยซ้ำ

อีกเรื่องที่ประทับใจคือ Rose Blumkin หรือ "Mrs. B" ผู้อพยพชาวรัสเซียที่พูดอังกฤษไม่ได้ เก็บเงินได้ 2,500 ดอลลาร์แล้วเปิดร้านเฟอร์นิเจอร์ Nebraska Furniture Mart เมื่อปี 1936 ช่วงสงครามโลกครั้งที่สองธุรกิจแทบไม่โต ปี 1946 เงินสดในมือมีแค่ 50 ดอลลาร์ แต่พอลูกชายเธอกลับมาจากสงคราม ธุรกิจก็เริ่มเติบโตแบบก้าวกระโดด จนปี 1983 บริษัทมีมูลค่าถึง 60 ล้านดอลลาร์ Mrs. B ทำงานทุกวันจนถึงอายุ 103 ปี และปี 2020 แม้ร้านต้องปิดไปกว่าหกสัปดาห์เพราะโควิด แต่ทั้งสามสาขาใหญ่ของบริษัทกลับทำยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีนั้นเอง

พลังของการซื้อหุ้นคืนที่ไม่ต้องควักกระเป๋าเพิ่ม

บัฟเฟตต์อธิบายเรื่องการซื้อหุ้นคืน (share repurchase) ผ่านกรณีของ Apple ให้เห็นภาพชัดมาก Berkshire เริ่มซื้อหุ้น Apple ปลายปี 2016 ใช้เงินรวม 36 พันล้านดอลลาร์ จนถือหุ้นราว 5.2% ของบริษัท ปี 2020 แม้ Berkshire จะขายหุ้น Apple ออกไปบางส่วนได้เงิน 11 พันล้านดอลลาร์ แต่สัดส่วนการถือหุ้นกลับเพิ่มเป็น 5.4% โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มแม้แต่ดอลลาร์เดียว เหตุผลคือ Apple เองก็ซื้อหุ้นคืนจากตลาดต่อเนื่อง ทำให้จำนวนหุ้นทั้งหมดที่หมุนเวียนในตลาดลดลง สัดส่วนที่ Berkshire ถืออยู่จึงเพิ่มขึ้นเองแบบอัตโนมัติ

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Berkshire เองก็ซื้อหุ้นตัวเองคืนด้วยในช่วงเดียวกัน ทำให้ผู้ถือหุ้น Berkshire เป็นเจ้าของ Apple ทางอ้อมเพิ่มขึ้นถึง 10% เมื่อเทียบกับปี 2018 บัฟเฟตต์เรียกกลไกนี้ว่าทำงานช้าๆ แต่ทรงพลังเมื่อเวลาผ่านไป เป็นวิธีง่ายๆ ที่นักลงทุนจะเป็นเจ้าของธุรกิจที่ยอดเยี่ยมในสัดส่วนที่มากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเลย

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. ยอมรับความผิดพลาดตรงๆ ดีกว่าปกปิดหรือหาข้ออ้าง — แม้แต่นักลงทุนระดับโลกก็จ่ายแพงเกินไปได้ สิ่งสำคัญคือรู้ตัวเร็ว ยอมรับ และเรียนรู้จากมัน ไม่ใช่ดันทุรังหรือโทษปัจจัยภายนอก
  2. ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่มักเริ่มจากจุดเล็กๆ และความอดทน — ไม่ว่าจะเป็น Jack Ringwalt หรือ Mrs. B ทั้งคู่เริ่มจากเงินทุนน้อยนิดและใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะประสบความสำเร็จ ความอดทนระยะยาวสำคัญกว่าความเร็ว
  3. การซื้อหุ้นคืนของบริษัทที่เราถืออยู่ ก็เป็นการเพิ่มความมั่งคั่งให้เราแบบเงียบๆ — เวลาบริษัทที่เราถือหุ้นซื้อหุ้นคืนจากตลาด สัดส่วนความเป็นเจ้าของของเราจะเพิ่มขึ้นเองโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เป็นกลไกที่มักถูกมองข้าม

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2020 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2020 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ