ปี 2022 ตลาดหุ้นอเมริการ่วงหนัก S&P 500 ติดลบไป 18.1% เป็นปีที่นักลงทุนหลายคนนอนไม่หลับ แต่ Berkshire กลับทำกำไรจากการดำเนินงานสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 30.8 พันล้านดอลลาร์ จดหมายปีนี้บัฟเฟตต์เล่าเคล็ดลับที่ไม่ลับของเขา ผ่านหุ้นสองตัวที่ถือมาเกือบ 30 ปีโดยแทบไม่แตะต้องเลย
เคล็ดลับที่ไม่ลับ ซื้อของดีแล้วอยู่เฉยๆ
บัฟเฟตต์เล่าเรื่อง Coca-Cola และ American Express สองบริษัทที่ Berkshire ซื้อสะสมเสร็จตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 ด้วยเงินลงทุนบริษัทละประมาณ 1.3 พันล้านดอลลาร์เท่านั้น ปี 1994 เงินปันผลที่ได้จาก Coca-Cola มีแค่ 75 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่พอถึงปี 2022 ตัวเลขนี้เพิ่มเป็น 704 ล้านดอลลาร์ต่อปี โดยที่ Berkshire ไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากรับเช็คปันผลทุกไตรมาส American Express ก็เดินเรื่องเดียวกัน เงินปันผลโตจาก 41 ล้านดอลลาร์เป็น 302 ล้านดอลลาร์ต่อปี
บัฟเฟตต์ลองสมมติว่าถ้าเขาลงทุนพลาดในช่วงเดียวกันด้วยเงินก้อนเดียวกัน แล้วเงินนั้นแค่รักษามูลค่าเดิมไว้เฉยๆ เหมือนพันธบัตรระยะยาว วันนี้เงินก้อนนั้นจะกลายเป็นแค่ 0.3% ของมูลค่าสุทธิ Berkshire เท่านั้น เขาสรุปบทเรียนสั้นๆ ว่า "วัชพืชจะเหี่ยวเฉาไปเองตามกาลเวลา ในขณะที่ดอกไม้จะเบ่งบาน" หมายความว่าการลงทุนที่พลาดจะค่อยๆ หายไปในภาพรวมของพอร์ต ในขณะที่การลงทุนที่ถูกทางแค่ไม่กี่ตัวก็เพียงพอจะสร้างผลตอบแทนมหาศาลได้เมื่อเวลาผ่านไปนานพอ
กำไรกระโดดโลดเต้นรายไตรมาส แต่ไม่ได้แปลว่าธุรกิจเปลี่ยน
บัฟเฟตต์โชว์ตารางตัวเลขที่น่าตกใจ ปี 2022 กำไรจากการดำเนินงานจริงของ Berkshire ค่อนข้างสม่ำเสมอทุกไตรมาส แต่กำไรตามหลักบัญชี (GAAP) ที่ต้องรวมกำไรขาดทุนจากพอร์ตหุ้นเข้าไปด้วยนั้นแกว่งไปมาอย่างบ้าคลั่ง ไตรมาสสองปีนั้นตัวเลขกำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 9.3 พันล้านดอลลาร์ แต่ตัวเลขที่ต้องรายงานตามกฎบัญชีกลับติดลบ 43.8 พันล้านดอลลาร์ เพราะราคาหุ้นในพอร์ตร่วงลงตามตลาด
เขาย้ำว่าตัวเลขกำไรตามหลักบัญชีแบบนี้ "ทำให้เข้าใจผิด 100%" เมื่อดูรายไตรมาสหรือแม้แต่รายปี เพราะมันสะท้อนความผันผวนของตลาดหุ้น ไม่ใช่ผลประกอบการจริงของธุรกิจ สื่อมวลชนที่ชอบพาดหัวข่าวตัวเลขเหล่านี้แบบไม่มีบริบท กำลังทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ สิ่งที่ควรโฟกัสจริงๆ คือกำไรจากการดำเนินงานที่ตัดผลกระทบจากราคาหุ้นที่ผันผวนออกไปแล้ว
คำคมจากชาร์ลี มังเกอร์ ที่สรุปทุกอย่างในหนึ่งประโยค
บัฟเฟตต์บอกว่าสิ่งที่เขาต้องใช้หนึ่งหน้ากระดาษอธิบาย ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) หุ้นส่วนคู่คิดของเขาสรุปได้ในประโยคเดียวเสมอ ปีนี้เขารวบรวมคำคมของมังเกอร์มาแบ่งปัน เช่น "โลกเต็มไปด้วยนักพนันที่โง่เขลา และพวกเขาจะไม่มีทางทำได้ดีเท่านักลงทุนที่อดทน" หรือ "ไม่มีอะไรที่แน่นอน 100% ในการลงทุน ดังนั้นการใช้เงินกู้ยืม (leverage) จึงอันตรายมาก ตัวเลขที่สวยงามคูณด้วยศูนย์ก็ยังเท่ากับศูนย์เสมอ"
มังเกอร์ยังบอกด้วยว่า "คุณไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของของหลายอย่างเพื่อจะรวย" และเล่าถึงตอนที่เขากับบัฟเฟตต์เกลียดหุ้นรถไฟมานานหลายสิบปี แต่พอโลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมรถไฟเหลือผู้เล่นใหญ่แค่ไม่กี่ราย พวกเขาก็ปรับความคิดใหม่ แม้จะช้าไปหน่อยแต่ก็ยังดีกว่าไม่เปลี่ยนเลย เขาปิดท้ายด้วยประโยคที่มังเกอร์ชอบพูดใส่เขาเวลาเถียงกันไม่ลง "วอร์เรน คิดให้มากกว่านี้หน่อย นายฉลาด ส่วนฉันน่ะถูก"
เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง
- เจอธุรกิจดีแล้วอย่ารีบขาย ปล่อยให้เวลาทำงานแทน — Coca-Cola และ American Express พิสูจน์ว่าการถือของดีไว้นานๆ โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม สามารถทบต้นเป็นผลตอบแทนมหาศาลได้ในระยะยาว
- อย่าตกใจกับตัวเลขกำไรขาดทุนที่แกว่งแรงในระยะสั้น — โดยเฉพาะเมื่อมันมาจากความผันผวนของราคาหุ้นในพอร์ต ไม่ใช่จากธุรกิจที่แย่ลงจริง การแยกสัญญาณจากเสียงรบกวนสำคัญมาก
- ความอดทนและการควบคุมอารมณ์ สำคัญกว่าความฉลาดทางเทคนิค — อย่างที่มังเกอร์ว่าไว้ ตลาดเต็มไปด้วยนักพนันที่หวังรวยเร็ว แต่คนที่อดทนและมีวินัยมักได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว
แหล่งอ้างอิง
- Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2022 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2022 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน