หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2019: กำไรพุ่ง 1,900% ในปีเดียว แต่บัฟเฟตต์บอกว่าอย่าไปดีใจ

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ลองนึกภาพบริษัทที่กำไรปีก่อนอยู่แค่ 4 พันล้านดอลลาร์ แล้วปีต่อมาพุ่งเป็น 81.4 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1,900% ฟังดูเหมือนธุรกิจระเบิดเถิดเทิงใช่ไหม บัฟเฟตต์บอกเลยว่าอย่าไปตื่นเต้น เพราะตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าธุรกิจดีขึ้นขนาดนั้นจริงๆ มันเป็นแค่เกมบัญชีที่เปลี่ยนกฎกลางทาง จดหมายปี 2019 นี้เลยเป็นบทเรียนดีๆ เรื่องการอ่านตัวเลขทางการเงินอย่างมีสติ

กำไร 1,900% ที่ไม่ได้แปลว่าธุรกิจดีขึ้น

ปี 2019 ตลาดหุ้นอเมริกาคึกคักมาก ดัชนี S&P 500 บวกไป 31.5% และ Berkshire เองก็รายงานกำไรตามหลักบัญชี (GAAP) สูงถึง 81.4 พันล้านดอลลาร์ แต่บัฟเฟตต์รีบอธิบายทันทีว่าตัวเลขนี้บวมเพราะกฎบัญชีใหม่ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2018 ให้บริษัทต้องนับ "กำไรที่ยังไม่รับรู้จริง" (unrealized gains) จากหุ้นที่ถืออยู่เข้าไปในงบกำไรขาดทุนทุกไตรมาส

ปัญหาคือราคาหุ้นขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ ปี 2018 ตลาดหุ้นย่อตัว กำไรตามบัญชีของ Berkshire เลยเหลือแค่ 4 พันล้านดอลลาร์ พอปี 2019 ตลาดหุ้นเด้งกลับ กำไรก็พุ่งเป็น 81.4 พันล้านดอลลาร์ในทันที บัฟเฟตต์กับชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) บอกตรงๆ ว่าไม่เห็นด้วยกับกฎนี้เลย เพราะมันทำให้ตัวเลขที่ควรสะท้อนผลประกอบการจริงกลายเป็นแค่ภาพสะท้อนอารมณ์ตลาดหุ้นรายวัน เขาย้ำว่าสิ่งที่ควรดูจริงๆ คือ "กำไรจากการดำเนินงาน" (operating earnings) ซึ่งปีนั้นแทบไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ตัวเลขกำไรก้อนใหญ่ที่โผล่มาเพราะราคาหุ้นในพอร์ตขยับ

สูตรลับที่ไม่มีใครเห็น เงินที่บริษัทเก็บไว้ทำงานแทนเรา

ปีนี้บัฟเฟตต์เล่าเรื่องนักเศรษฐศาสตร์ชื่อ Edgar Lawrence Smith ที่เขียนหนังสือเมื่อปี 1924 ตั้งใจจะพิสูจน์ว่าหุ้นให้ผลตอบแทนดีกว่าพันธบัตรในช่วงเงินเฟ้อ แต่พอเก็บข้อมูลจริงกลับพบว่าทฤษฎีตัวเองผิด สิ่งที่ทำให้หุ้นชนะจริงๆ ไม่ใช่เรื่องเงินเฟ้อ แต่คือบริษัทดีๆ มักไม่จ่ายกำไรออกมาทั้งหมด เก็บส่วนหนึ่งไว้ลงทุนต่อ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง John Maynard Keynes อ่านหนังสือเล่มนี้แล้วสรุปว่านี่คือ "ดอกเบี้ยทบต้นที่ทำงานเพื่อธุรกิจที่ดี" อย่างเงียบๆ

บัฟเฟตต์เอาแนวคิดนี้มาอธิบายพอร์ตหุ้น 10 บริษัทใหญ่ที่ Berkshire ถืออยู่ เช่น American Express, Apple, Bank of America, Coca-Cola บอกว่าเงินปันผลที่ Berkshire ได้รับจริงๆ ในงบบัญชีมีแค่ 3.8 พันล้านดอลลาร์ แต่ส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทเหล่านั้นเก็บไว้ลงทุนต่อ (ไม่ได้จ่ายปันผล) มีมูลค่าสูงถึง 8.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งไม่โผล่ในงบบัญชีของ Berkshire เลยแม้แต่บาทเดียว แต่บัฟเฟตต์เชื่อว่าเงินก้อนนี้กำลังสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นอยู่เงียบๆ และในที่สุดจะกลายเป็นกำไรจากการขายหุ้นในอนาคต

ไฟไหม้โรงงานที่ Berkshire เป็นทั้งเจ้าของและบริษัทประกัน

มีเรื่องขำๆ แต่เข้าท่าเรื่องหนึ่ง กันยายนปี 2019 เกิดไฟไหม้โรงงานในฝรั่งเศสของ Lubrizol บริษัทผลิตสารเติมแต่งน้ำมันที่ Berkshire เป็นเจ้าของ ความเสียหายหนักมาก แต่โชคดีที่มีประกันคุ้มครองอยู่ บัฟเฟตต์เขียนแบบติดตลกว่า "เดี๋ยวเล่าตอนจบให้ฟัง" เพราะบริษัทประกันรายใหญ่ที่สุดที่คุ้มครอง Lubrizol ก็คือ... บริษัทของ Berkshire เองนั่นแหละ เขาเปรียบเทียบกับคำสอนในพระคัมภีร์ที่ว่า "อย่าให้มือซ้ายรู้ว่ามือขวาทำอะไร" แล้วบอกว่าตัวเองทำตามนั้นเป๊ะ (โดยไม่ได้ตั้งใจ)

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ GUARD Insurance Group บริษัทประกันเล็กๆ ในเมือง Wilkes-Barre รัฐเพนซิลเวเนีย ที่ Ajit Jain ผู้บริหารประกันภัยของ Berkshire ซื้อมาด้วยเงินแค่ 221 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2012 ตอนนั้นทั้ง GUARD และซีอีโอชื่อ Sy Foguel ยังไม่มีใครรู้จัก แต่ Ajit บอกว่าคนนี้จะเป็นดาวรุ่ง ผ่านมา 7 ปี GUARD เติบโตขึ้น 379% มีกำไรจากการรับประกันภัยด้วย บัฟเฟตต์บอกว่าเมืองเล็กๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดก็ผลิตธุรกิจที่ยอดเยี่ยมได้ เหมือนที่ Omaha เคยทำมาแล้วเมื่อปี 1967

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. อย่าตื่นเต้นกับตัวเลขกำไรที่โตแรงผิดปกติโดยไม่เข้าใจที่มา — กำไรที่พุ่งพรวดอาจมาจากการเปลี่ยนกฎบัญชีหรือความผันผวนของราคาหุ้นในพอร์ต ไม่ใช่ธุรกิจที่ดีขึ้นจริง ก่อนตื่นเต้นให้ถามก่อนว่าตัวเลขนี้มาจากไหน
  2. เงินที่บริษัทเก็บไว้ลงทุนต่อ มีค่าแม้จะมองไม่เห็นในงบบัญชี — บริษัทที่ไม่จ่ายปันผลทั้งหมดแต่เก็บกำไรไปลงทุนต่ออย่างมีวินัย มักสร้างมูลค่าระยะยาวได้มากกว่าที่ตัวเลขในงบแสดงให้เห็น
  3. ธุรกิจดีๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเมืองใหญ่หรือมีชื่อเสียง — เหมือน GUARD Insurance ใน Wilkes-Barre บางทีโอกาสดีๆ ก็ซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครมอง สิ่งสำคัญคือทีมบริหารและวินัยทางธุรกิจ ไม่ใช่ที่ตั้งบริษัท

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2019 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2019 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ