หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2010: นักศึกษาอายุ 20 เคาะประตูบริษัทประกันตอนเช้าวันเสาร์ จุดเริ่มต้นที่เปลี่ยนชีวิต

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 2010 คือปีแรกเต็มปีที่ Berkshire มีรถไฟ BNSF อยู่ในมือ และบัฟเฟตต์ก็ฉลองด้วยการเล่าเรื่องราวย้อนอดีต 60 ปีก่อน ตอนที่เขายังเป็นนักศึกษาวัย 20 ที่บุกไปเคาะประตูบริษัทประกันแห่งหนึ่งในเช้าวันเสาร์ที่ทุกคนหยุดงาน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เกร็ดน่ารัก แต่เป็นบทเรียนใหญ่เรื่องมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจที่ซ่อนอยู่ใต้ตัวเลขบัญชี

รถไฟที่ประหยัดกว่ารถบรรทุก 3 เท่า และคำมั่นว่า "เช็คของเราไม่มีเด้ง"

บัฟเฟตต์บอกว่าดีล BNSF ที่ปิดไปปีก่อนหน้ากำลังให้ผลลัพธ์ดีกว่าที่คาดไว้ และช่วยเพิ่มกำลังกำไรปกติของ Berkshire ได้เกือบ 40% ก่อนหักภาษี เขาชี้ให้เห็นข้อได้เปรียบของรถไฟที่รถบรรทุกสู้ไม่ได้ นั่นคือ BNSF สามารถขนของหนัก 1 ตันไปได้ไกลถึง 500 ไมล์ด้วยน้ำมันดีเซลแค่แกลลอนเดียว ประหยัดกว่ารถบรรทุกถึง 3 เท่า เขาบอกว่าธุรกิจแบบนี้ต้องลงทุนมหาศาลต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปี แต่ไม่มีใครพร้อมจะให้เงินทุนก้อนนั้นได้ดีเท่า Berkshire เพราะไม่ว่าเศรษฐกิจจะแย่แค่ไหน "เช็คของเราไม่มีเด้ง"

เรื่องเล่า GEICO: จากนักศึกษาที่เคาะประตูผิดเวลา สู่การเป็นเจ้าของทั้งบริษัท

นี่คือเรื่องราวที่บัฟเฟตต์เล่าไว้อย่างมีชีวิตชีวาที่สุดเรื่องหนึ่ง ย้อนไป 60 ปีก่อน ตอนเขาเป็นนักศึกษาปริญญาโทวัย 20 ปีที่ Columbia เขาไปเจอชื่อ Ben Graham อาจารย์ที่ตัวเองชื่นชอบในทำเนียบ Who's Who แล้วพบว่า Ben เป็นประธานบริษัทประกันชื่อ GEICO ทั้งที่ไม่รู้จักบริษัทนี้มาก่อนเลย เขาตัดสินใจนั่งรถไฟไปวอชิงตันในเช้าวันเสาร์เพื่อไปเยี่ยมสำนักงาน แต่ไปถึงกลับพบว่าตึกปิด เขาจึงเคาะประตูจนภารโรงมาเปิดให้ และได้เจอกับ Lorimer Davidson พนักงานเพียงคนเดียวที่อยู่ในตึกตอนนั้น

สี่ชั่วโมงถัดมา "Davy" คนนี้สอนบัฟเฟตต์เรื่องประกันภัยและ GEICO แบบละเอียด กลายเป็นจุดเริ่มต้นมิตรภาพและความหลงใหลในหุ้นตัวนี้ บัฟเฟตต์ทุ่มเงินลงทุน 75% ของพอร์ตทั้งหมดที่มีตอนนั้นไปกับ GEICO ตัวเดียว หลายสิบปีต่อมา Berkshire ก็ได้เป็นเจ้าของ GEICO ทั้งหมด และ Davy ในวัย 95 ปียังทำวิดีโอมาบอกว่าดีใจที่ GEICO จะได้อยู่กับ Berkshire ตลอดไป พร้อมแซวท้ายว่า "ครั้งหน้า Warren ช่วยนัดหมายล่วงหน้าด้วยนะ"

วัฒนธรรมองค์กรที่หล่อหลอมคน: "เราสร้างบ้าน แล้วบ้านก็หล่อหลอมเรา"

บัฟเฟตต์อธิบายว่าทำไม Berkshire ถึงปล่อยให้ผู้บริหารแต่ละบริษัทในเครือทำงานอย่างอิสระ ไม่ต้องมาประชุมที่สำนักงานใหญ่ ไม่ต้องกังวลเรื่องหาเงินทุน หรือถูกกดดันจากวอลล์สตรีท เขาอ้างคำพูดของ Winston Churchill ที่ว่า "เราสร้างบ้านของเรา แล้วบ้านก็หล่อหลอมเรา" เพื่อบอกว่าวัฒนธรรมองค์กรก็เหมือนกัน ระบบราชการภายในองค์กรจะยิ่งขยายตัวเองไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ตั้งใจสร้างวัฒนธรรมที่ตรงข้ามไว้ตั้งแต่แรก ที่ Berkshire ยึดหลัก "จ้างคนเก่งแล้วปล่อยให้เขาทำงาน" (hire well, manage little) ผู้บริหารได้จดหมายจากบัฟเฟตต์แค่ทุกๆ สองปี และโทรหาเขาเองเมื่อต้องการ

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. อย่ากลัวที่จะถามหรือลงมือค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง — บัฟเฟตต์เจอ GEICO เพราะความอยากรู้อยากเห็นล้วนๆ ไม่มีใครแนะนำ การขวนขวายหาข้อมูลเองมักให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
  2. ธุรกิจที่มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุนชัดเจน มักอยู่รอดได้นาน — เหมือนรถไฟที่ประหยัดพลังงานกว่ารถบรรทุก ข้อได้เปรียบเชิงโครงสร้างแบบนี้ไม่ได้หายไปง่ายๆ
  3. ระบบและวัฒนธรรมที่วางไว้ตั้งแต่ต้น จะกำหนดพฤติกรรมในระยะยาว — ไม่ว่าจะบริหารธุรกิจของตัวเองหรือดูแลพอร์ตการลงทุน กติกาที่วางไว้แต่แรกสำคัญกว่าที่คิด

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2010 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2010 ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ