ปี 2009 เศรษฐกิจอเมริกายังฟื้นตัวยากลำบากหลังวิกฤตการเงินโลก แต่ Berkshire กลับเดินหน้าซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท นั่นคือรถไฟ Burlington Northern Santa Fe (BNSF) ทั้งขบวน บัฟเฟตต์เรียกมันว่าเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่กับอนาคตของอเมริกา ปีนี้เขายังสารภาพความผิดพลาดที่ฟังแล้วอมยิ้ม และเล่าถึงชายที่เขาบอกว่าถ้าเรือกำลังจะจม ให้ว่ายไปหาเขาคนนี้ก่อนใคร
ซื้อรถไฟทั้งขบวน เดิมพันระยะยาวกับอเมริกา
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ Berkshire ใช้เงินกว่า 22,000 ล้านดอลลาร์ซื้อ BNSF ส่วนที่เหลือทั้งหมด บัฟเฟตต์อธิบายว่ารถไฟกับธุรกิจสาธารณูปโภคมีจุดร่วมกันคือเป็นบริการพื้นฐานที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจไปอีกนาน ต้องลงทุนหนักต่อเนื่องหลายสิบปี และต้องพึ่งพา "ข้อตกลงทางสังคม" กับผู้กำกับดูแลที่ต้องให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมกลับมา เขาบอกว่าดีลนี้ทำให้ Berkshire ได้เอาเงินสด 22,000 ล้านดอลลาร์ไปลงทุนในธุรกิจที่เข้าใจและชอบสำหรับการถือระยะยาว ท้ายจดหมายปีนี้เขายังแถมมุกเล็กๆ ท้ายจดหมายว่า "มาด้วยรถไฟนะครับ" (Come by rail) ล้อกับดีลใหม่ที่เพิ่งปิดไป
สิ่งที่น่าสนใจคือบัฟเฟตต์อธิบายละเอียดว่าทำไมเขาถึงยอมจ่ายส่วนหนึ่งของดีลนี้ด้วยหุ้น Berkshire ทั้งที่ปกติเขาไม่ชอบออกหุ้นใหม่เลย เพราะมองว่าการออกหุ้นเพื่อซื้อกิจการอื่นก็เหมือนการ "ขาย" บริษัทของตัวเองบางส่วนในราคาที่อาจต่ำกว่ามูลค่าจริง เขาเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าถ้าหุ้นบริษัทผู้ซื้อถูกประเมินราคาต่ำกว่ามูลค่าจริง การใช้หุ้นนั้นไปแลกกิจการอื่นจะทำให้ผู้ถือหุ้นเดิมเสียเปรียบเสมอ สุดท้ายเขาตัดสินใจใช้เงินสดให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และใช้หุ้นเพียงส่วนน้อยเพื่อให้ดีลนี้คุ้มค่าจริงๆ
"ถ้าเรือกำลังจะจม ว่ายไปหา Ajit ก่อนคนอื่น"
บัฟเฟตต์เขียนถึง Ajit Jain ผู้บริหารฝ่ายรับประกันภัยต่อของ Berkshire ด้วยคำชมสุดๆ ว่า "ถ้าวันไหน Charlie ผม และ Ajit อยู่ในเรือที่กำลังจะจม แล้วช่วยได้แค่คนเดียว ให้ว่ายไปหา Ajit ก่อน" ทีมงานของ Ajit มีคนแค่ 30 คน แต่รับประกันภัยความเสี่ยงขนาดใหญ่ระดับพันล้านดอลลาร์ได้ ปีนั้นเขาเพิ่งเจรจาสัญญาประกันชีวิตต่อที่อาจสร้างเบี้ยประกันได้ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์ตลอดอายุสัญญา 50 ปี บัฟเฟตต์ยกตัวอย่างนี้เพื่อบอกว่าคนเก่งจริงๆ หายาก และเมื่อเจอแล้วต้องรักษาไว้ให้ดี
สารภาพผิด: ไอเดีย "บัตรเครดิต GEICO" ที่ทำเงินหายกลางอากาศ
บัฟเฟตต์เล่าเรื่องขำขันปนเจ็บใจว่าเขาเคยคิดไอเดีย "ฉลาด" ว่าลูกค้า GEICO น่าจะเป็นกลุ่มเครดิตดี เลยออกบัตรเครดิตของตัวเองเสนอให้ลูกค้ากลุ่มนี้ ทีมงาน GEICO เตือนแล้วว่าจะได้ลูกค้าที่ไม่ใช่กลุ่มคุณภาพดีอย่างที่คิด แต่บัฟเฟตต์มั่นใจว่าตัวเองแก่กว่าและฉลาดกว่า สุดท้ายธุรกิจนี้ขาดทุนหลายสิบล้านดอลลาร์ก่อนที่เขาจะยอมปิดและขายพอร์ตหนี้เสียทิ้งขาดทุนเพิ่มอีก เขาสรุปแบบติดตลกว่า "ผมแค่แก่กว่า ไม่ได้ฉลาดกว่า" เป็นตัวอย่างที่ดีว่าแม้แต่นักลงทุนระดับโลกก็ยังพลาดได้ และการยอมรับตรงๆ สำคัญกว่าการแก้ตัว
เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง
- ธุรกิจที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันจริงๆ มักมีความมั่นคงระยะยาว — บริการพื้นฐานอย่างไฟฟ้า ประปา หรือขนส่ง แม้ไม่หวือหวาแต่มีดีมานด์ที่ไม่หายไปง่ายๆ
- เมื่อเจอคนเก่งจริง ให้ความไว้วางใจและรักษาไว้ให้ดี — ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจของตัวเองหรือกองทุนที่เราลงทุน ผู้บริหารที่เก่งและซื่อสัตย์คือทรัพย์สินที่หายาก
- ฟังคนที่รู้ดีกว่าเรา แม้จะมั่นใจในตัวเองแค่ไหนก็ตาม — ประสบการณ์หรืออายุไม่ได้แปลว่าถูกเสมอไป ถ้าทีมงานเตือนแล้วยังดันทุรัง ผลลัพธ์อาจแพงกว่าที่คิด
แหล่งอ้างอิง
- Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2009 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2009 ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน