วางแผนการเงินส่วนบุคคลแบบง่ายสำหรับคนเริ่มต้น
หลายคนคิดว่าเรื่องการวางแผนการเงินเป็นเรื่องไกลตัว ต้องมีรายได้เยอะก่อน หรือต้องเป็นคนที่เก่งเรื่องตัวเลขเท่านั้นถึงจะเริ่มได้ แต่ความจริงแล้ว คนที่ควรเริ่มวางแผนการเงินมากที่สุด คือคนธรรมดาที่อยากใช้เงินอย่างสบายใจขึ้นในชีวิตประจำวัน
การวางแผนการเงินส่วนบุคคล ไม่ได้หมายถึงการทำตารางซับซ้อนหรือใช้ศัพท์การเงินยาก ๆ ตลอดเวลา แต่คือการรู้ว่าแต่ละเดือนเรามีเงินเข้าเท่าไร เงินออกไปกับอะไร เหลือเท่าไร และควรจัดการอย่างไรเพื่อให้ชีวิตมั่นคงขึ้นทีละนิด
บทความนี้เหมาะสำหรับคนเริ่มต้นที่ยังไม่มีพื้นฐานด้านการเงิน และอยากเริ่มต้นแบบง่าย เข้าใจได้จริง และนำไปใช้ได้ทันที
กดที่นี่ ประเมิน รายรับ-รายจ่าย
การวางแผนการเงินส่วนบุคคลคืออะไร
การวางแผนการเงินส่วนบุคคล คือการจัดการรายรับ รายจ่าย เงินออม หนี้ และเป้าหมายทางการเงินของตัวเองให้เป็นระบบ เพื่อให้สามารถใช้เงินได้อย่างเหมาะสม มีเงินเก็บ มีเงินสำรอง และค่อย ๆ ไปถึงเป้าหมายในอนาคต
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด มันคือการทำให้เงินทุกบาทที่เราได้มา มีหน้าที่ของมัน ไม่ใช่ปล่อยให้ไหลออกไปแบบไม่รู้ตัว
หลายคนไม่ได้มีปัญหาเพราะหาเงินไม่ได้ แต่มีปัญหาเพราะไม่เคยจัดระเบียบเงินของตัวเองอย่างจริงจัง การวางแผนการเงินจึงไม่ใช่เรื่องของคนรวยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนควรเริ่มให้เร็วที่สุด
ทำไมคนเริ่มต้นควรวางแผนการเงิน
เมื่อยังไม่มีแผนการเงิน ชีวิตมักจะวนอยู่กับรูปแบบเดิม ๆ คือเงินเดือนเข้า ใช้ไปเรื่อย ๆ จนใกล้สิ้นเดือนเริ่มตึงมือ และสุดท้ายก็ไม่แน่ใจว่าเงินหายไปไหนหมด
การเริ่มวางแผนการเงินช่วยให้คุณเห็นภาพชีวิตการเงินของตัวเองชัดขึ้น เช่น รู้ว่ารายจ่ายอะไรจำเป็น รายจ่ายอะไรเกินจำเป็น และควรเริ่มแก้ตรงไหนก่อน นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียดเรื่องเงิน และทำให้มีโอกาสสร้างเงินเก็บได้จริงมากขึ้น
ประโยชน์ของการวางแผนการเงินที่เห็นได้ชัด ได้แก่
รู้ทันพฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง
หลายคนใช้เงินเก่งโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยจด ไม่เคยเช็ก และไม่เคยย้อนดู การวางแผนการเงินจะช่วยให้เราเห็นนิสัยการใช้เงินของตัวเองแบบตรงไปตรงมา
มีเงินสำรองเวลาฉุกเฉิน
เมื่อมีแผนการเงินที่ดี คุณจะค่อย ๆ สร้างเงินสำรองไว้ใช้ในวันที่ไม่คาดคิด เช่น ป่วย ตกงาน รถเสีย หรือมีค่าใช้จ่ายด่วน
ลดโอกาสเป็นหนี้เพิ่ม
เมื่อรู้ว่ารายรับและรายจ่ายสัมพันธ์กันอย่างไร คุณจะตัดสินใจใช้เงินได้ดีขึ้น และลดการใช้เงินเกินตัวโดยไม่จำเป็น
เริ่มออมและลงทุนได้อย่างมั่นคงกว่าเดิม
การออมและการลงทุนจะยั่งยืนกว่า ถ้ามาจากพื้นฐานการเงินที่ดี ไม่ใช่การเริ่มแบบฝืนตัวเองจนเครียด
เริ่มวางแผนการเงินส่วนบุคคลแบบง่าย ต้องเริ่มจากอะไร
สำหรับคนที่ยังไม่เคยวางแผนการเงินมาก่อน ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน สิ่งสำคัญคือเริ่มจากเรื่องพื้นฐานก่อน แล้วค่อยต่อยอดในระยะต่อไป
1. รู้รายรับที่แท้จริงของตัวเองก่อน
จุดเริ่มต้นของการวางแผนการเงิน คือการรู้ว่าตัวเองมีรายรับจริงต่อเดือนเท่าไร
สิ่งที่ควรใช้ไม่ใช่ตัวเลขเงินเดือนก่อนหัก แต่คือจำนวนเงินที่เข้าบัญชีจริงหลังหักทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เช่น หักประกันสังคม หักภาษี หรือค่าใช้จ่ายประจำบางอย่างที่ถูกตัดอัตโนมัติ
ถ้าคุณเป็นพนักงานประจำ เรื่องนี้ดูง่ายหน่อย เพราะมีตัวเลขค่อนข้างชัดเจน แต่ถ้าคุณเป็นฟรีแลนซ์หรือมีรายได้ไม่แน่นอน ควรใช้รายรับเฉลี่ยย้อนหลังอย่างน้อย 3 ถึง 6 เดือน เพื่อดูภาพรวมตามความเป็นจริง
ตัวอย่าง
เงินเดือน 20,000 บาท
หักประกันสังคมและภาษี เหลือรับจริง 18,700 บาท
แปลว่าเวลาจะวางแผนการเงิน ควรใช้ฐาน 18,700 บาท ไม่ใช่ 20,000 บาท
2. จดรายจ่ายให้ครบ เพื่อให้เห็นภาพจริง
ขั้นต่อมาคือการดูว่าเงินออกไปกับอะไรบ้าง เพราะต่อให้รายได้โอเค แต่ถ้าไม่รู้ว่ารายจ่ายไหลไปทางไหน ก็ยากที่จะเก็บเงินได้จริง
ในช่วงแรกไม่ต้องใช้ระบบซับซ้อน แค่จดให้ครบก็พอ จะใช้แอป สมุด หรือโน้ตในมือถือก็ได้ ขอแค่ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 30 วัน
ลองแบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 กลุ่มหลัก
รายจ่ายจำเป็น
เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง ค่าอาหารประจำวัน ค่าโทรศัพท์ หรือค่าใช้จ่ายที่ขาดไม่ได้
รายจ่ายภาระผูกพัน
เช่น ค่างวดรถ ค่าผ่อนบ้าน หนี้บัตรเครดิต หนี้ส่วนบุคคล หรือภาระผ่อนชำระต่าง ๆ
รายจ่ายตามไลฟ์สไตล์
เช่น คาเฟ่ ดูหนัง ช้อปปิ้ง ของจุกจิก ค่าสมาชิกแอป หรือค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง
เมื่อจดครบแล้ว คุณจะเริ่มเห็นความจริงบางอย่าง เช่น เราไม่ได้ใช้เงินกับเรื่องใหญ่เสมอไป แต่เงินจำนวนมากอาจหายไปกับรายจ่ายเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวัน
3. แบ่งเงินให้เป็นสัดส่วนแบบง่าย
เมื่อรู้รายรับและรายจ่ายแล้ว ขั้นต่อไปคือการแบ่งเงินให้มีหน้าที่ชัดเจน วิธีนี้จะช่วยให้ใช้เงินอย่างมีระบบมากขึ้น
สำหรับคนเริ่มต้น อาจใช้แนวทางแบบง่าย เช่น
60% สำหรับค่าใช้จ่ายจำเป็น
ใช้กับเรื่องพื้นฐานของชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอยู่ ค่ากิน ค่าเดินทาง และรายจ่ายสำคัญอื่น ๆ
20% สำหรับเงินออมและเงินสำรอง
ส่วนนี้เอาไว้สร้างความมั่นคงให้ตัวเองในระยะยาว โดยเฉพาะเงินสำรองฉุกเฉิน
10% สำหรับจ่ายหนี้เพิ่ม
ถ้ามีหนี้อยู่ การกันเงินไว้โปะหนี้เพิ่มจะช่วยลดภาระได้เร็วขึ้น
10% สำหรับความสุขส่วนตัว
การวางแผนการเงินที่ดีไม่ใช่การห้ามใช้เงินทั้งหมด แต่ควรมีพื้นที่สำหรับความสุขเล็ก ๆ ด้วย เพื่อให้แผนอยู่กับเราได้นาน
สัดส่วนนี้ไม่ใช่กฎตายตัว คุณสามารถปรับตามชีวิตจริงได้ เช่น ถ้ารายได้ยังไม่มาก อาจเริ่มออมเพียง 5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ก่อนก็ได้ สิ่งสำคัญคือเริ่มจัดเงินให้มีทิศทาง
4. สร้างเงินสำรองฉุกเฉินก่อนเรื่องอื่น
หนึ่งในพื้นฐานสำคัญที่สุดของการวางแผนการเงิน คือเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะชีวิตจริงไม่ได้ราบรื่นทุกเดือนเสมอไป
เราอาจเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ตลอด เช่น เจ็บป่วย งานสะดุด รถเสีย หรือมีค่าใช้จ่ายเร่งด่วน หากไม่มีเงินสำรองเลย ปัญหาเล็กอาจกลายเป็นหนี้ก้อนใหม่ได้ง่ายมาก
โดยทั่วไป เงินสำรองฉุกเฉินควรมีอย่างน้อย 3 ถึง 6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
ตัวอย่าง
ถ้าคุณมีค่าใช้จ่ายเดือนละ 15,000 บาท
เงินสำรองฉุกเฉินที่ควรมี คือประมาณ 45,000 ถึง 90,000 บาท
เงินก้อนนี้ไม่จำเป็นต้องไปหาผลตอบแทนสูง หน้าที่ของมันคือพร้อมใช้เมื่อจำเป็น จึงควรเก็บไว้ในที่ที่สภาพคล่องดี และถอนออกมาใช้ได้ไม่ยาก
5. จัดการหนี้อย่างมีลำดับ
หนี้ไม่ใช่เรื่องผิด แต่หนี้ที่ไม่มีแผนจัดการจะกลายเป็นภาระที่หนักขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะหนี้ดอกเบี้ยสูง
วิธีง่ายสำหรับคนเริ่มต้น คือเขียนหนี้ทั้งหมดออกมาให้เห็นก่อน ว่ามีกี่ก้อน แต่ละก้อนยอดค้างเท่าไร และดอกเบี้ยประมาณเท่าไร
จากนั้นให้เรียงลำดับจากหนี้ที่ดอกเบี้ยสูงสุดไปต่ำสุด แล้วพยายามโปะก้อนที่แพงที่สุดก่อน โดยยังจ่ายขั้นต่ำของก้อนอื่นให้ครบ
ทำไมต้องเริ่มจากหนี้ดอกเบี้ยสูง
เพราะหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิตหรือหนี้ส่วนบุคคล มักทำให้เงินไหลออกเร็วมาก หากปล่อยไว้นาน จะยิ่งเสียเงินไปกับดอกเบี้ยจำนวนมากโดยไม่จำเป็น
การปิดหนี้แบบมีลำดับ จะช่วยให้คุณรู้ว่าควรโฟกัสตรงไหนก่อน และลดความเครียดจากการจัดการหลายก้อนพร้อมกัน
6. ตั้งเป้าหมายทางการเงินให้ชัด
หลายคนบอกว่าอยากมีเงินเก็บ อยากลงทุน หรืออยากมีชีวิตมั่นคง แต่ปัญหาคือเป้าหมายเหล่านี้กว้างเกินไป จนไม่รู้ว่าจะเริ่มยังไง
เป้าหมายการเงินที่ดีควรชัด วัดผลได้ และมีกรอบเวลา เช่น
ตัวอย่างเป้าหมายที่ชัดเจน
เก็บเงินสำรองฉุกเฉิน 50,000 บาท ภายใน 10 เดือน
ปิดหนี้บัตรเครดิต 30,000 บาท ภายใน 8 เดือน
ออมเงินเพื่อซื้อของจำเป็น 20,000 บาท ภายใน 6 เดือน
เริ่มลงทุนเดือนละ 2,000 บาท หลังจากมีเงินสำรองครบแล้ว
เมื่อเป้าหมายชัด คุณจะสามารถคำนวณได้ว่าต้องกันเงินเท่าไรต่อเดือน และจะเห็นความคืบหน้าได้ง่ายขึ้น