ดอกเบี้ยคืออะไร ต่างกันยังไงระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากกับดอกเบี้ยเงินกู้
เวลาเราได้ยินคำว่า “ดอกเบี้ย” หลายคนอาจรู้สึกว่าเป็นเรื่องการเงินที่ดูยาก แต่จริง ๆ แล้วมันคือเรื่องใกล้ตัวมาก และเกี่ยวข้องกับทั้งคนที่ ฝากเงิน และคนที่ กู้เงิน
พูดแบบง่ายที่สุด
ดอกเบี้ย คือ ค่าตอบแทนของการใช้เงิน
ถ้าเราเอาเงินไปฝากธนาคาร ธนาคารเอาเงินเราไปใช้ต่อ ธนาคารก็จ่าย “ดอกเบี้ย” ให้เรา
แต่ถ้าเราไปขอยืมเงินจากธนาคาร เราเป็นฝ่ายใช้เงินของธนาคาร เราก็ต้องจ่าย “ดอกเบี้ย” ให้ธนาคารแทน
ดังนั้น ดอกเบี้ยตัวเดียวกัน แต่มุมมองต่างกันโดยสิ้นเชิง
ดอกเบี้ยคืออะไร แบบเข้าใจง่าย
ลองนึกภาพว่า “เงิน” ก็เหมือนของที่เอาไปให้คนอื่นยืมใช้ได้
- ถ้าเราให้คนอื่นยืมเงิน เราก็คาดหวังผลตอบแทนบางอย่าง
- ถ้าเราไปยืมเงินคนอื่นมาใช้ เราก็ต้องมีค่าใช้จ่ายตอบแทนเจ้าของเงิน
ค่าใช้จ่ายหรือค่าตอบแทนนั้นแหละ เรียกว่า ดอกเบี้ย
พูดง่าย ๆ คือ
- คนมีเงิน อาจได้ดอกเบี้ย
- คนยืมเงิน มักต้องจ่ายดอกเบี้ย
ดอกเบี้ยเงินฝาก คืออะไร
ดอกเบี้ยเงินฝาก คือ เงินที่ธนาคารจ่ายให้เรา
เพราะเราเอาเงินไปฝากไว้กับธนาคาร
เช่น
เราฝากเงิน 100,000 บาท
ธนาคารให้ดอกเบี้ย 1.5% ต่อปี
แปลว่า ถ้าฝากครบตามเงื่อนไข
เราจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 1,500 บาทต่อปี
ยังไม่รวมเรื่องภาษีหรือเงื่อนไขอื่นของแต่ละบัญชี
สรุปง่าย ๆ
- เราเป็น เจ้าของเงิน
- ธนาคารเป็น คนเอาเงินเราไปใช้
- ธนาคารจึง จ่ายดอกเบี้ยให้เรา
ดอกเบี้ยเงินฝากจึงเป็น รายได้ของคนฝากเงิน
ดอกเบี้ยเงินกู้ คืออะไร
ดอกเบี้ยเงินกู้ คือ เงินที่เราต้องจ่ายให้ธนาคารหรือเจ้าหนี้
เพราะเราไปขอยืมเงินเขามาใช้ก่อน
เช่น
เรากู้เงิน 100,000 บาท
อัตราดอกเบี้ย 8% ต่อปี
หมายความว่า เราต้องจ่ายค่าการใช้เงินก้อนนี้เพิ่มจากเงินต้น
ตามอัตราที่กำหนดไว้
สรุปง่าย ๆ
- ธนาคารเป็น เจ้าของเงิน
- เราเป็น คนยืมเงิน
- เราจึงต้อง จ่ายดอกเบี้ยให้ธนาคาร
ดอกเบี้ยเงินกู้จึงเป็น ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของคนกู้เงิน
ดอกเบี้ยเงินฝาก กับ ดอกเบี้ยเงินกู้ ต่างกันยังไง
แม้จะใช้คำว่า “ดอกเบี้ย” เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วต่างกันมาก
1) ใครเป็นคนจ่าย
- ดอกเบี้ยเงินฝาก → ธนาคารจ่ายให้เรา
- ดอกเบี้ยเงินกู้ → เราจ่ายให้ธนาคาร
2) มุมมองทางการเงิน
- ดอกเบี้ยเงินฝาก → เป็นเงินเข้า
- ดอกเบี้ยเงินกู้ → เป็นเงินออก
3) บทบาทของเรา
- ฝากเงิน = เราเป็น ผู้ให้เงิน
- กู้เงิน = เราเป็น ผู้ยืมเงิน
4) ผลต่อชีวิตการเงิน
- ดอกเบี้ยเงินฝากช่วยให้เงินงอกเงย
- ดอกเบี้ยเงินกู้ทำให้ภาระจ่ายเพิ่มขึ้น
ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัด
สมมติมีคน 2 คน
คนแรก: ฝากเงิน
เอเงินฝากธนาคาร 200,000 บาท
ได้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี
สิ้นปีจะได้ดอกเบี้ยประมาณ 4,000 บาท
นี่คือเงินที่ธนาคารจ่ายให้เอ
เพราะเอเอาเงินไปฝากไว้
คนที่สอง: กู้เงิน
บีกู้เงิน 200,000 บาท
ดอกเบี้ย 8% ต่อปี
แปลว่าบีต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยเพิ่มตามเงื่อนไขเงินกู้
ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากมาก
นี่คือเหตุผลที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า
ฝากเงินแล้วได้ดอกน้อย
แต่ กู้เงินแล้วเสียดอกเยอะ
ทำไมดอกเบี้ยเงินกู้มักสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก
คำตอบง่าย ๆ คือ ธนาคารต้องมีส่วนต่างเพื่อบริหารธุรกิจ
ธนาคารรับฝากเงินจากคนฝาก ด้วยดอกเบี้ยระดับหนึ่ง
แล้วเอาเงินนั้นไปปล่อยกู้ ด้วยดอกเบี้ยที่สูงกว่า
ส่วนต่างนี้ช่วยครอบคลุมเรื่องต่าง ๆ เช่น
- ความเสี่ยงที่ลูกหนี้อาจไม่จ่ายคืน
- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
- กำไรของธนาคาร
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่
ดอกเบี้ยเงินฝากจะต่ำกว่า
และ ดอกเบี้ยเงินกู้จะสูงกว่า
แล้วแบบไหนดีกว่ากัน
จริง ๆ ไม่ใช่คำถามว่าแบบไหนดีกว่า
แต่ต้องถามว่า เราอยู่ในฝั่งไหน
- ถ้าเราเป็นคนฝากเงิน เราอยากได้ดอกเบี้ยเงินฝากสูง
- ถ้าเราเป็นคนกู้เงิน เราอยากได้ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ
ดังนั้นเรื่องสำคัญคือ
เราต้องรู้ว่าเงินของเราอยู่สถานะไหนในแต่ละช่วงชีวิต
บางช่วงเราอาจเป็นคนฝาก
บางช่วงเราอาจจำเป็นต้องกู้
เช่น กู้บ้าน กู้รถ หรือใช้บัตรเครดิต
ยิ่งเข้าใจดอกเบี้ยเร็วเท่าไร
ยิ่งวางแผนการเงินได้ดีขึ้นเท่านั้น
เรื่องที่หลายคนมักเข้าใจผิด
“ดอกเบี้ยนิดเดียวเอง ไม่น่ามีผลมาก”
จริง ๆ แล้วมีผลมาก โดยเฉพาะถ้าเป็นหนี้ก้อนใหญ่หรือหนี้ระยะยาว
ดอกเบี้ยอาจทำให้ยอดที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คิด
“ฝากเงินไว้เฉย ๆ ก็ปลอดภัยพอแล้ว”
ปลอดภัยในระดับหนึ่งก็จริง
แต่ถ้าดอกเบี้ยเงินฝากต่ำกว่าเงินเฟ้อ
มูลค่าของเงินอาจค่อย ๆ ลดลงในทางอ้อม
“กู้แค่แป๊บเดียว ดอกเบี้ยคงไม่เท่าไร”
หนี้บางประเภท โดยเฉพาะหนี้ที่ดอกเบี้ยสูง
ถ้าจ่ายไม่ทันหรือจ่ายขั้นต่ำไปเรื่อย ๆ
ดอกเบี้ยจะยิ่งพอกเร็วมาก
วิธีใช้ความเข้าใจเรื่องดอกเบี้ยให้เป็นประโยชน์
ถ้าเป็นฝั่งฝากเงิน
ควรเปรียบเทียบบัญชีเงินฝากก่อนเสมอ
ดูทั้งอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไข และสภาพคล่องในการถอน
ถ้าเป็นฝั่งกู้เงิน
ควรดูให้ชัดว่า
- ดอกเบี้ยกี่เปอร์เซ็นต์
- คิดแบบไหน
- ผ่อนนานเท่าไร
- รวมแล้วต้องจ่ายทั้งหมดเท่าไร
หลายครั้งคนไม่ได้พลาดเพราะ “กู้”
แต่พลาดเพราะ กู้โดยไม่เข้าใจดอกเบี้ย
สรุปสั้น ๆ
ดอกเบี้ยคือ ค่าตอบแทนของการใช้เงิน
- ดอกเบี้ยเงินฝาก คือ เงินที่ธนาคารจ่ายให้เรา เพราะเราเอาเงินไปฝาก
- ดอกเบี้ยเงินกู้ คือ เงินที่เราจ่ายให้ธนาคาร เพราะเราไปยืมเงินมาใช้
จำง่าย ๆ ได้แบบนี้
ฝาก = ได้ดอกเบี้ย
กู้ = เสียดอกเบี้ย
ยิ่งเข้าใจเรื่องนี้ชัด
ยิ่งช่วยให้เราเก็บเงินได้ดีขึ้น
เลือกสินเชื่อได้ฉลาดขึ้น
และไม่เผลอเสียเงินไปกับดอกเบี้ยโดยไม่จำเป็น
ได้ แบบนี้เอาไปแปะต่อในบทความได้เลย
ดอกเบี้ยธนาคารในไทยตอนนี้ แบบดูง่ายในตาราง
ก่อนดูตาราง ให้จับหลักง่าย ๆ แบบนี้ก่อน
- ดอกเบี้ยเงินฝาก = เงินที่ธนาคารจ่ายให้เรา
- ดอกเบี้ยเงินกู้ = เงินที่เราจ่ายให้ธนาคาร
- ตอนนี้ ดอกเบี้ยนโยบายไทยอยู่ที่ 1.00% ต่อปี หลัง กนง. ปรับลดเมื่อ 25 ก.พ. 2569 (bot.or.th)
ตารางสรุปภาพรวมสั้น ๆ
| เรื่อง | ภาพรวมตอนนี้ |
| ดอกเบี้ยนโยบายไทย | 1.00% ต่อปี |
| ออมทรัพย์ทั่วไป | ส่วนใหญ่ยังอยู่ประมาณ 0.10%–0.25% ต่อปี |
| บัญชีดิจิทัล/บัญชีพิเศษ | บางธนาคารอยู่ราว 1.35%–1.80% ต่อปี แต่มีเงื่อนไข |
| ดอกเบี้ยกู้อ้างอิงธนาคาร | หลายแห่งยังอยู่ราว 6% ปลาย ๆ ถึง 7% ต้น ๆ |
ข้อมูลภาพรวมนี้อ้างอิงจาก ธปท. และประกาศอัตราดอกเบี้ยล่าสุดของธนาคารที่สรุปไว้ด้านล่าง (bot.or.th)
ตารางดอกเบี้ยเงินฝากปัจจุบันของธนาคารในไทย
ตารางนี้สรุป “ตัวอย่างบัญชีที่คนใช้บ่อย” เพื่อให้เห็นภาพง่าย ๆ ว่าฝากเงินตอนนี้ได้ดอกประมาณไหน โดยอัตราจริงอาจต่างกันตามประเภทบัญชี ยอดเงิน และเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร
| ธนาคาร | ออมทรัพย์ทั่วไป | บัญชีดิจิทัล / บัญชีพิเศษ (ตัวอย่าง) | ฝากประจำ 12 เดือน |
| กรุงเทพ (BBL) | 0.25% | e-Savings 1.35% สำหรับไม่เกิน 1 ล้านบาท, ส่วนเกิน 0.35% | 0.85% |
| กสิกรไทย (KBank) | 0.25% | K-eSavings 1.35% สำหรับไม่เกิน 5 แสนบาท, ส่วนเกิน 0.35% | 0.80%* |
| กรุงไทย (KTB) | 0.25% | — | 0.85% |
| ไทยพาณิชย์ (SCB) | 0.25% | Easy / ออนไลน์ 1.45% สำหรับไม่เกิน 1 ล้านบาท, ส่วนเกิน 0.40% | 0.85%** |
| ทีทีบี (TTB) | 0.125%*** | ttb me save สูงสุด 1.80% | 0.75% |
* KBank ในตารางนี้อ้างอิงเงินฝากประจำ 12 เดือนสำหรับบุคคลธรรมดา วงเงินน้อยกว่า 10 ล้านบาท
** SCB ในตารางนี้ใช้อ้างอิงบัญชีฝากแบบระยะ 12 เดือนขึ้นไปของผลิตภัณฑ์ที่ธนาคารประกาศ
*** TTB ใช้อ้างอิงบัญชี ttb Savings Care ตามหน้ารวมอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร
ตารางดอกเบี้ยเงินกู้อ้างอิงปัจจุบัน
ตารางนี้เป็นอัตราอ้างอิงที่มักเห็นบ่อยเวลาอ่านเงื่อนไขสินเชื่อของธนาคาร แต่เวลาลูกค้ากู้จริง ธนาคารอาจคิด “บวก/ลบ” จากอัตราเหล่านี้อีกทีตามประเภทสินเชื่อและความเสี่ยงของลูกค้า
| ธนาคาร | MLR | MOR | MRR |
| กรุงเทพ (BBL) | 6.35% | 6.50% | 6.50% |
| กสิกรไทย (KBank) | 6.52% | 6.34% | 6.58% |
| กรุงไทย (KTB) | 6.30% | 6.27% | 6.845% |
| ไทยพาณิชย์ (SCB) | 6.350% | 6.275% | 6.575% |
| ทีทีบี (TTB) | 6.950% | 6.600% | 7.105% |
สรุปแบบภาษาชาวบ้าน
ถ้าดูจากตารางจะเห็นภาพชัดมากว่า
- เงินฝากออมทรัพย์ทั่วไป ยังให้ดอกไม่สูงมาก ส่วนใหญ่ยังอยู่แถว 0.10%–0.25%
- ถ้าอยากได้ดอกเบี้ยฝากสูงขึ้น มักต้องไปดู บัญชีดิจิทัลหรือบัญชีพิเศษ
- ฝั่ง เงินกู้ ยังแพงกว่าฝั่งเงินฝากมาก เพราะอัตราอ้างอิงของหลายธนาคารยังอยู่แถว 6% ปลาย ๆ ถึง 7% ต้น ๆ
ลิงก์อ้างอิงที่มา
ธนาคารแห่งประเทศไทย: อัตราดอกเบี้ยนโยบายล่าสุด (bot.or.th)
Bangkok Bank: อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ
KASIKORNBANK: อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ (Kasikornbank)
Krung Thai: อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (Krung Thai Bank)
SCB: อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ
TTB: อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ (ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต)