ROE และ ROA คืออะไร ดูตัวเลขนี้แล้วรู้อะไร

สมมติมีร้านอาหาร 2 เจ้า ทั้งคู่กำไรปีละ 500,000 บาทเท่ากัน แต่เจ้าแรกใช้ทุนตัวเอง 2 ล้านบาท ส่วนเจ้าที่สองใช้ทุน 5 ล้านบาท — เจ้าไหนบริหารเงินเก่งกว่ากัน? นั่นคือคำถามที่ ROE และ ROA ช่วยตอบ

ROE คืออะไร

ผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE — Return on Equity) บอกว่าบริษัทสร้างกำไรได้กี่เปอร์เซ็นต์ จากเงินที่ผู้ถือหุ้นลงทุนไป

ROE = กำไรสุทธิ ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น × 100

ส่วนของผู้ถือหุ้น = สินทรัพย์รวม − หนี้สินรวม (อ่านได้จาก งบดุล)

ROE 20% แปลว่า ทุกๆ 100 บาทที่ผู้ถือหุ้นลงทุน บริษัทสร้างกำไรได้ 20 บาท

ROA คืออะไร

ผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม (ROA — Return on Assets) บอกว่าบริษัทใช้ทรัพย์สินทั้งหมด (ทั้งที่มาจากทุนและหนี้) สร้างกำไรได้กี่เปอร์เซ็นต์

ROA = กำไรสุทธิ ÷ สินทรัพย์รวม × 100

สินทรัพย์รวม = ทุกอย่างที่บริษัทมี ทั้งที่ซื้อด้วยเงินตัวเองและเงินกู้

ROE vs ROA ต่างกันยังไง ใช้เมื่อไหร่

ROE

วัดประสิทธิภาพการใช้ ทุนของผู้ถือหุ้น

เหมาะเปรียบเทียบบริษัทในกลุ่มเดียวกัน

Warren Buffett มองหา ROE 15%+ ต่อเนื่อง 10 ปี

ROA

วัดประสิทธิภาพการใช้ สินทรัพย์ทั้งหมด

เหมาะเปรียบเทียบข้ามกลุ่ม โดยเฉพาะธุรกิจที่ใช้สินทรัพย์หนัก

ROA 5%+ ถือว่าเริ่มดี แต่ขึ้นกับ sector

ตัวเลขระดับไหนถือว่าดี

Sector ROE ที่พบบ่อย ROA ที่พบบ่อย
เทคโนโลยี/ซอฟต์แวร์ 20–40%+ 10–20%+
ธนาคาร/การเงิน 10–15% 0.8–1.5% (ปกติต่ำ เพราะสินทรัพย์ใหญ่)
ค้าปลีก 15–25% 5–10%
พลังงาน/โรงงาน 8–15% 4–8%

ข้อมูลนี้เป็นค่าอ้างอิงทั่วไป ควรตรวจสอบจากรายงานของ SET Smart Investor หรือ บลจ. ที่ติดตาม sector นั้นๆ

กับดัก ROE สูงที่ไม่ได้ดีเสมอ

ROE สูงผิดปกติอาจเกิดจากหนี้สูง ไม่ใช่ประสิทธิภาพจริง เมื่อกู้หนี้มาลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้น (ตัวหาร) เล็กลง ROE จึงพองขึ้น — แต่ความเสี่ยงก็สูงขึ้นตาม

วิธีตรวจสอบ: ดู ROE และ ROA ควบคู่กัน

  • ROE สูง + ROA สูง — บริษัทแข็งแกร่งจริง บริหารทั้งทุนและสินทรัพย์ได้ดี
  • ROE สูง + ROA ต่ำ — น่าสงสัย อาจ lever up ด้วยหนี้ ต้องดู D/E Ratio ประกอบ
  • ROE ต่ำ + ROA ต่ำ — บริษัทใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า

DuPont: แยกให้เห็นว่า ROE สูงมาจากไหน

ROE สามารถแตกออกได้เป็น 3 ส่วน:
ROE = Net Margin × Asset Turnover × Equity Multiplier
(กำไร/รายได้) × (รายได้/สินทรัพย์) × (สินทรัพย์/ทุน)
ทำให้รู้ว่า ROE สูงเพราะ กำไรดี, หมุนสินทรัพย์เร็ว หรือ กู้หนี้เยอะ

นำไปใช้จริงอย่างไร

  1. หา ROE ของบริษัทจาก SET Smart Investor หรือ Jitta
  2. เทียบกับ ROE เฉลี่ยของ sector เดียวกัน
  3. ดู Trend ย้อนหลัง 5–10 ปี — ROE ควรสม่ำเสมอ ไม่ใช่ขึ้นปีเดียวแล้วลง
  4. ถ้า ROE สูง ให้ดู D/E ว่าหนี้เยอะไหม และดู ROA ด้วย
  5. ใช้ร่วมกับ P/E Ratio เพื่อประเมินว่าราคาแพงหรือถูกเมื่อเทียบกับคุณภาพธุรกิจ

สรุป

ROE บอกว่าบริษัท บริหารเงินผู้ถือหุ้นได้ดีแค่ไหน ROA บอกว่า สินทรัพย์ทั้งหมดถูกใช้คุ้มค่าไหม ดูสองตัวนี้ควบคู่กันจะเห็นภาพชัดกว่าดูแค่ตัวใดตัวหนึ่ง และอย่าลืมว่าตัวเลขเหล่านี้มีความหมายต่อเมื่อเทียบกับ sector และ trend ย้อนหลัง ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขวันเดียว

⚠️ บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Scroll to Top