หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2017: เดิมพันสิบปีจบลง เงินการกุศลพุ่งขึ้นเป็นสองเท่าแบบไม่ตั้งใจ

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 2017 มูลค่าตามบัญชีของ Berkshire โต 23% แต่บัฟเฟตต์รีบเตือนเองว่าตัวเลขนี้มีลูกเล่นบัญชีปนอยู่เยอะ ปีนี้ยังเป็นปีที่การเดิมพันสิบปีของเขากับวงการเฮดจ์ฟันด์จบลงอย่างเป็นทางการ พร้อมเรื่องเซอร์ไพรส์ที่ทำให้เงินบริจาคเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าโดยไม่ได้ตั้งใจ และบทเรียนเรื่องความเสี่ยงจากพายุเฮอริเคนสามลูกที่ถล่มอเมริกาในปีเดียว

กำไรก้อนโตที่ไม่ได้มาจากฝีมือ และกฎบัญชีใหม่ที่บิดเบือนตัวเลข

Berkshire มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 65,300 ล้านดอลลาร์ในปี 2017 แต่บัฟเฟตต์เขียนเตือนตั้งแต่ย่อหน้าแรกว่ามีแค่ 36,000 ล้านดอลลาร์เท่านั้นที่มาจากผลการดำเนินงานจริง ส่วนที่เหลืออีก 29,000 ล้านดอลลาร์มาจากการที่สภาคองเกรสแก้กฎหมายภาษีใหม่ ไม่ใช่ฝีมือการบริหารของเขาหรือทีมงานเลย เขายังเตือนเรื่องกฎบัญชีใหม่ (GAAP) ที่บังคับให้บริษัทต้องรวมกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากหุ้นในพอร์ตเข้าไปในตัวเลขกำไรสุทธิทุกไตรมาส ซึ่งจะทำให้ตัวเลขกำไรของ Berkshire แกว่งไปมาอย่างรุนแรงแบบไม่มีความหมายอะไรเลย เขาบอกตรงๆ ว่าต่อไปนี้ "บรรทัดสุดท้าย" ในงบการเงินของ Berkshire จะไร้ประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ และย้ำให้ผู้ถือหุ้นโฟกัสที่กำไรจากการดำเนินงานจริงแทน

เดิมพันสิบปีจบลง และการสลับเงินเดิมพันที่ทำให้การกุศลได้เงินเพิ่มเป็นสองเท่า

ปีนี้คือปีที่การเดิมพันสิบปีระหว่างบัฟเฟตต์กับกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของ Ted Seides ครบกำหนดพอดี ผลสุดท้ายกองทุนดัชนี S&P 500 ที่บัฟเฟตต์เลือกให้ผลตอบแทนรวม 125.8% เทียบกับกองทุนลูกทั้ง 5 กองที่ทำได้เฉลี่ยเพียง 2-8% เท่านั้น ทุกปีตลอด 9 ปีหลังปีแรก กองทุนลูกแพ้กองทุนดัชนีตลอด บัฟเฟตต์สรุปสั้นๆ ว่า "ผลงานมาแล้วก็ไป แต่ค่าธรรมเนียมไม่เคยหยุดนิ่ง"

แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่าคือระหว่างทาง ทั้งสองฝ่ายเอาเงินเดิมพันไปซื้อพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ แบบไม่จ่ายดอกเบี้ย (zero-coupon bond) เก็บไว้ แต่พอถึงปลายปี 2012 ราคาพันธบัตรพุ่งสูงจนผลตอบแทนเหลือแค่ 0.88% ต่อปี ในขณะที่หุ้นในดัชนี S&P 500 ให้เงินปันผลเฉลี่ยราว 2.5% ต่อปีอยู่แล้ว บัฟเฟตต์กับ Ted เลยตัดสินใจขายพันธบัตรทิ้งแล้วเอาเงินไปซื้อหุ้น Berkshire แทน กลายเป็นการตัดสินใจซื้อขายครั้งเดียวตลอด 10 ปีของการเดิมพันนี้ ผลคือองค์กรการกุศล Girls Inc. of Omaha ที่เป็นผู้รับเงินรางวัล ได้เงินไป 2,222,279 ดอลลาร์ แทนที่จะเป็น 1 ล้านดอลลาร์ตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก

เฮอริเคนสามลูกในปีเดียว กับบทเรียนเรื่องความเสี่ยงที่มองไม่เห็น

เดือนกันยายนปี 2017 มีเฮอริเคนใหญ่ถึงสามลูกถล่มเท็กซัส ฟลอริดา และเปอร์โตริโก บัฟเฟตต์ประเมินว่าความเสียหายที่ประกันภัยต้องจ่ายทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ราว 100,000 ล้านดอลลาร์ ส่วน Berkshire เองแบกรับความเสียหายราว 3,000 ล้านดอลลาร์ (หรือราว 2,000 ล้านดอลลาร์หลังหักภาษี) คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% ของมูลค่าตามบัญชีทั้งบริษัท ในขณะที่บริษัทประกันภัยต่อรายอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกันเสียหายไปถึง 7-15% ของเงินทุนตัวเอง

เขาย้ำว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มาจากการที่ Berkshire เตรียมฐานะการเงินให้แข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับภัยพิบัติระดับ 400,000 ล้านดอลลาร์ได้โดยไม่กระทบเสถียรภาพของบริษัท เขาเตือนด้วยว่าโอกาสเกิดภัยพิบัติระดับนั้นในแต่ละปีอยู่ที่ราว 2% และความเสี่ยงนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีคนไปสร้างบ้านสร้างสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เสี่ยงภัยมากขึ้นทุกปี บทเรียนสำคัญคือ ธุรกิจที่ดูมั่นคงมานานหลายสิบปีก็ยังต้องเตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนได้เสมอ

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. อย่าเชื่อตัวเลขกำไรก้อนโตโดยไม่ถามที่มา — กำไรของ Berkshire ปีนี้ส่วนใหญ่มาจากการเปลี่ยนกฎหมายภาษี ไม่ใช่ฝีมือบริหาร ก่อนตื่นเต้นกับกำไรบริษัทไหนที่พุ่งแรงผิดปกติ ควรเช็กว่ากำไรนั้นมาจากธุรกิจจริงหรือปัจจัยชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน
  2. บางครั้งการตัดสินใจน้อยครั้งแต่ถูกจังหวะ ดีกว่าซื้อขายบ่อยๆ — ตลอด 10 ปีของการเดิมพัน บัฟเฟตต์กับ Ted ตัดสินใจซื้อขายแค่ครั้งเดียว แต่จับจังหวะที่ราคาผิดเพี้ยนชัดเจนได้ถูกต้อง ผลตอบแทนก็ยังชนะได้ขาด ไม่จำเป็นต้องเทรดถี่เพื่อให้ผลตอบแทนดี
  3. เตรียมพอร์ตให้รับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนได้ — Berkshire รอดจากเฮอริเคนได้เพราะเตรียมฐานะการเงินแข็งแกร่งไว้ล่วงหน้า พอร์ตของเราเองก็ควรมีสภาพคล่องหรือการกระจายความเสี่ยงเผื่อไว้สำหรับเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ไม่ใช่วางแผนแค่สถานการณ์ปกติ

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2017 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2017 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ