หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2015: เด็กที่เกิดวันนี้คือรุ่นที่โชคดีที่สุดในประวัติศาสตร์

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 2015 มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นของ Berkshire โต 6.4% ไม่หวือหวาเท่าปีก่อนๆ แต่จดหมายปีนี้มีเรื่องน่าสนใจกว่าตัวเลข บัฟเฟตต์ใช้พื้นที่หลายหน้าตอบโต้กระแสหดหู่ทางการเมืองที่บอกว่ารุ่นลูกจะแย่กว่ารุ่นพ่อแม่ แล้วยังพูดตรงๆ เรื่องคนทำงานที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเมื่อธุรกิจถูก disrupt พร้อมอัปเดตดีลรวมกิจการ Kraft Heinz ที่ทำให้ Berkshire ใหญ่ขึ้นอีกขั้น

เด็กที่เกิดวันนี้คือ "รุ่นที่โชคดีที่สุดในประวัติศาสตร์"

ปี 2015 เป็นปีเลือกตั้งในสหรัฐฯ บัฟเฟตต์บอกว่านักการเมืองพูดถึงปัญหาประเทศตลอดเวลา จนคนอเมริกันจำนวนมากเริ่มเชื่อว่าลูกหลานของตัวเองจะไม่มีชีวิตที่ดีเท่าตัวเอง เขาเขียนแย้งตรงๆ ว่าความคิดนี้ผิดถนัด เพราะเด็กที่เกิดในอเมริกาวันนี้คือรุ่นที่โชคดีที่สุดในประวัติศาสตร์ เขายกตัวเลข GDP ต่อหัวของอเมริกาที่อยู่ราว 56,000 ดอลลาร์ ซึ่งสูงกว่าตอนที่เขาเกิดในปี 1930 ถึง 6 เท่าเมื่อคิดเป็นมูลค่าจริง ทั้งที่คนอเมริกันวันนี้ไม่ได้ฉลาดกว่าหรือขยันกว่าคนยุคนั้นเลย แค่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น

เขายังคำนวณให้ดูว่าถึงเศรษฐกิจจะโตแค่ปีละ 2% ซึ่งหลายคนบ่นว่าช้า แต่ถ้าคิดทบต้นไปตลอดหนึ่งชั่วอายุคน (ราว 25 ปี) จะทำให้ GDP ต่อหัวเพิ่มขึ้นถึง 34.4% หรือคิดเป็นเงินเพิ่มขึ้นราว 19,000 ดอลลาร์ต่อคน ถ้าครอบครัวหนึ่งมีสี่คนก็เท่ากับรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 76,000 ดอลลาร์ เขาบอกว่าครอบครัวชนชั้นกลางในย่านที่เขาอยู่ทุกวันนี้ มีคุณภาพชีวิตดีกว่า John D. Rockefeller มหาเศรษฐีระดับตำนานในยุคที่เขาเกิดเสียอีก เพราะเงินของ Rockefeller ในตอนนั้นซื้อสิ่งที่เราถือเป็นเรื่องปกติทุกวันนี้ไม่ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ความบันเทิง การสื่อสาร หรือบริการทางการแพทย์

เมื่อ productivity เพิ่มขึ้น แต่คนบางกลุ่มต้องจ่ายราคาแพง

บัฟเฟตต์ไม่ได้มองโลกสวยฝ่ายเดียว เขายอมรับตรงๆ ว่าการที่ประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้นมีผลข้างเคียง ทั้งผลตอบแทนที่กระจุกตัวอยู่กับคนรวยมากขึ้น และแรงงานที่ต้องเจ็บปวดเมื่อธุรกิจของตัวเองถูกทำให้ล้าสมัยไป เขาย้อนเล่าถึง Dexter Shoe ที่เขาเคยซื้อไว้ พอการผลิตรองเท้าย้ายไปเอเชียเพราะต้นทุนถูกกว่า พนักงาน 1,600 คนในเมืองเล็กๆ ที่รัฐเมนก็ตกงานทันที หลายคนอายุมากเกินกว่าจะไปเรียนอาชีพใหม่ เรื่องเดียวกันนี้เคยเกิดกับโรงงานสิ่งทอเก่าของ Berkshire เองในนิวอิงแลนด์ พนักงานรุ่นเก่าหลายคนพูดภาษาโปรตุเกสและแทบไม่รู้ภาษาอังกฤษ ไม่มีแผนสำรองให้ไปต่อ

เขาบอกว่าทางแก้ไม่ใช่การห้ามหรือกีดกันสิ่งที่ทำให้ productivity เพิ่มขึ้น เพราะถ้าเราบังคับให้คน 11 ล้านคนต้องทำเกษตรกรรมตลอดไปเหมือนสมัยก่อน คนอเมริกันก็จะไม่มีความเป็นอยู่ที่ดีแบบทุกวันนี้ สิ่งที่ควรทำแทนคือมีระบบตาข่ายรองรับทางสังคมที่ดี สำหรับคนที่อยากทำงานแต่ทักษะของตัวเองถูกตลาดตัดสินว่าไม่มีค่าอีกต่อไป เขาบอกว่าตัวเองชอบแนวคิดขยายเครดิตภาษีสำหรับผู้มีรายได้น้อย (Earned Income Tax Credit) เพื่อให้แน่ใจว่าอเมริกายังมีที่ให้คนที่พร้อมทำงาน

ดีล Kraft Heinz และหลักการหาพาร์ตเนอร์ที่เข้ากันได้

ปีนี้ดีล Heinz ที่เริ่มไว้เมื่อสองปีก่อนขยายใหญ่ขึ้นเป็นสองเท่า ด้วยการควบรวมกับ Kraft กลายเป็น Kraft Heinz บริษัทที่มียอดขายรวมปีละ 27,000 ล้านดอลลาร์ Berkshire ถือหุ้นราว 27% บัฟเฟตต์เขียนแซวว่าตอนนี้มีทั้งซอสมะเขือเทศ มัสตาร์ด และไส้กรอกฮอตดอกในเครือเดียวกัน พร้อมโค้กอีกกระป๋อง "รวมกันเป็นมื้อโปรดของผม" เขาชมทีม 3G Capital ว่าเก่งเรื่องตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกอย่างรวดเร็ว ซึ่งช่วยดันประสิทธิภาพของธุรกิจได้จริง

แต่เขาก็บอกตรงๆ ว่า Berkshire เลือกใช้วิธีต่างออกไป คือซื้อธุรกิจที่บริหารอย่างมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว แล้วปล่อยให้ผู้บริหารเดิมทำงานต่อแบบกระจายอำนาจเต็มที่ ไม่เข้าไปยุ่ง เขายังย้ำหลักการสำคัญว่า Berkshire จะร่วมมือเฉพาะกับดีลที่เป็นมิตร (friendly) เท่านั้น ไม่เข้าไปยุ่งกับการเทกโอเวอร์แบบไม่เป็นมิตร (hostile) แม้บางกรณีจะมีเหตุผลสมควรก็ตาม เพราะปรัชญาของเขาคือ "เราจะไปเฉพาะที่ที่เราได้รับการต้อนรับเท่านั้น"

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. อย่าปล่อยให้ข่าวร้ายทำให้มองข้ามภาพใหญ่ระยะยาว — บัฟเฟตต์ใช้ตัวเลขจริงมาแย้งความรู้สึกหดหู่ทางเศรษฐกิจ การตัดสินใจลงทุนที่ดีควรอิงข้อมูลระยะยาว ไม่ใช่อารมณ์จากพาดหัวข่าวรายวัน
  2. ธุรกิจที่ดีวันนี้ ไม่ได้แปลว่าจะดีตลอดไป — เขาเตือนเรื่องถ่านหิน รถไร้คนขับ หรือธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ที่กำลังเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมเดิม การเข้าใจว่าธุรกิจที่เราถือหุ้นอยู่มีความเสี่ยงถูก disrupt แค่ไหน เป็นการบ้านที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ทำครั้งเดียวจบ
  3. เลือกพาร์ตเนอร์หรือหุ้นที่ "ไปด้วยกันได้" ไม่ใช่แค่ราคาถูก — บัฟเฟตต์ย้ำว่า Berkshire เลือกร่วมมือเฉพาะกับคนที่เป็นมิตรและมีวิธีคิดตรงกัน การลงทุนก็เหมือนกัน การเข้าใจว่าธุรกิจหรือผู้บริหารมีค่านิยมตรงกับเราหรือเปล่า สำคัญไม่แพ้ตัวเลขทางการเงิน

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2015 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2015 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ