ปี 2013 Berkshire Hathaway มีกำไรเพิ่มขึ้นในมูลค่าทางบัญชี 18.2% แต่ตัวเลขไม่ใช่พระเอกของจดหมายปีนี้ พระเอกคือดีลซื้อ Heinz มูลค่ามหาศาลที่เกิดจากการจับมือกับพาร์ตเนอร์คนใหม่ และเรื่องเล่าของคุณยายคนหนึ่งที่ทำงานจนถึงอายุ 103 ปี บัฟเฟตต์ยังแอบเล่าถึงการลงทุนเล็กๆ สองอย่างที่เขาทำเมื่อหลายสิบปีก่อน แล้วสรุปเป็นหลักการลงทุนที่เรียบง่ายแต่คมมาก
ดีล Heinz กับสูตรพาร์ตเนอร์แบบใหม่
ปีนี้ Berkshire ใช้เงินเกือบ 18,000 ล้านดอลลาร์ซื้อ NV Energy ทั้งหมด และซื้อหุ้นส่วนใหญ่ใน H.J. Heinz บริษัทซอสมะเขือเทศชื่อดัง ดีล Heinz พิเศษตรงที่ Berkshire จับมือกับ 3G Capital บริษัทของเพื่อนบัฟเฟตต์ชื่อ Jorge Paulo Lemann โดย Berkshire ทำหน้าที่เป็น "พาร์ตเนอร์ด้านการเงิน" ซื้อหุ้นบุริมสิทธิ์ (preferred stock) 8,000 ล้านดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนราว 12% ต่อปี ส่วนหุ้นสามัญก็แบ่งกันคนละครึ่งกับ 3G
บัฟเฟตต์เขียนย้ำว่าต่างจากดีล private equity ทั่วไปตรงที่ Berkshire ไม่มีแผนจะขายหุ้น Heinz เลยแม้แต่หุ้นเดียว มีแต่จะซื้อเพิ่มถ้ามีโอกาส เขายังแซวเรื่องการซื้อกิจการทั่วไปด้วยว่าการที่ Berkshire ยอมลงทุนแบบ "ถือหุ้นส่วนน้อยแต่จำนวนมาก" ในบริษัทที่ยอดเยี่ยม ดีกว่าถือ 100% ในบริษัทกลางๆ เขาเปรียบว่า "มีเศษเสี้ยวของเพชร Hope Diamond ยังดีกว่าเป็นเจ้าของหินเทียมทั้งก้อน"
คุณยาย Mrs. B ที่ทำงานถึงอายุ 103 กับสัญญาซื้อกิจการหน้าเดียว
บัฟเฟตต์เล่าย้อนถึงวันเกิดของตัวเองเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 1983 ตอนที่เขาถือสัญญาซื้อกิจการยาวแค่หน้าเดียวครึ่งไปหา Mrs. B หรือ Rose Blumkin เจ้าของ Nebraska Furniture Mart (NFM) ร้านเฟอร์นิเจอร์ที่เขาอยากซื้อ Mrs. B รับข้อเสนอโดยไม่แก้แม้แต่คำเดียว ปิดดีลโดยไม่ต้องมีนักการเงินหรือทนายมายุ่งเลย ทั้งที่งบการเงินของบริษัทยังไม่ได้ผ่านการตรวจสอบด้วยซ้ำ แต่บัฟเฟตต์บอกว่าไม่กังวลเลย เพราะคำพูดของ Mrs. B เชื่อถือได้อยู่แล้ว
ตอนนั้น Mrs. B อายุ 89 ปี และทำงานต่อไปจนถึงอายุ 103 ปี บัฟเฟตต์บอกตรงๆ ว่า "นี่แหละผู้หญิงสไตล์ผม" เธอไม่เคยเข้าโรงเรียนแม้แต่วันเดียว อพยพจากรัสเซียมาอเมริกาโดยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้สักคำ แต่สร้างธุรกิจจากเงินทุนแค่ 72,264 ดอลลาร์กับเงินสด 50 ดอลลาร์ (ไม่มีเลขศูนย์หายไปไหน) จนกลายเป็นร้านเฟอร์นิเจอร์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ปีนี้ NFM กำลังขยายไปเท็กซัสด้วยพื้นที่กว่า 1.8 ล้านตารางฟุตบนที่ดิน 433 เอเคอร์ บัฟเฟตต์บอกว่านักศึกษาจาก 40 มหาวิทยาลัยที่มาเยี่ยมเขาทุกปี เขาให้ไปเริ่มวันแรกที่ NFM เพราะถ้าซึมซับบทเรียนของ Mrs. B ได้ ก็ไม่ต้องเรียนอะไรจากเขาอีกแล้ว
ไร่นาในเนแบรสกา กับตึกข้าง NYU สอนอะไรเรื่องการลงทุน
บัฟเฟตต์เล่าการลงทุนเล็กๆ สองอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยนสถานะการเงินของเขามากนัก แต่เป็นบทเรียนที่ดี อย่างแรกคือไร่ 400 เอเคอร์ที่เขาซื้อจาก FDIC ในปี 1986 ราคา 280,000 ดอลลาร์ หลังฟองสบู่ราคาที่ดินเกษตรในแถบมิดเวสต์แตก เขาบอกว่าไม่รู้เรื่องการทำไร่เลย แต่ลูกชายที่ชอบทำไร่ช่วยประเมินผลผลิตข้าวโพดกับถั่วเหลืองให้ คำนวณผลตอบแทนได้ราว 10% ต่อปี ผ่านไป 28 ปี ไร่นี้กำไรเพิ่มขึ้นสามเท่าและมูลค่าสูงขึ้นห้าเท่าจากราคาที่ซื้อ ทั้งที่เขาไปเยี่ยมไร่แค่สองครั้งเท่านั้น
อีกดีลคืออสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกข้าง NYU ที่เขาซื้อในปี 1993 ราคาถูกเพราะเป็นทรัพย์ที่หน่วยงานภาครัฐเอามาขายหลังฟองสบู่อสังหาฯ แตก จุดเด่นคือผู้เช่ารายใหญ่ที่ครองพื้นที่ราว 20% จ่ายค่าเช่าถูกกว่าตลาดมาก และสัญญาเช่านั้นกำลังจะหมดอายุใน 9 ปี ซึ่งจะดันรายได้ขึ้นทันที บัฟเฟตต์สรุปว่าทั้งสองดีลนี้ใช้หลักคิดเดียวกัน คือดูว่าสินทรัพย์จะผลิตอะไรได้ในอนาคต ไม่สนใจว่าจะมีคนมาป่าวประกาศราคาทุกวันเหมือนหุ้นหรือไม่ เขาบอกว่าถ้าเพื่อนบ้านที่อารมณ์แปรปรวนตะโกนบอกราคาซื้อขายไร่ทุกวัน เขาก็แค่เลือกซื้อตอนราคาต่ำเกินจริง หรือเมินไปตอนราคาสูงเกินจริง ไม่มีความจำเป็นต้องทำอะไรตามเสียงนั้นเลย
เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง
- คำพูดกับความน่าเชื่อถือสำคัญกว่าเอกสารหนาๆ — ดีล NFM ปิดได้ด้วยสัญญาหน้าเดียวครึ่งเพราะความไว้ใจที่สร้างมานาน ไม่ได้แปลว่าเราไม่ต้องอ่านสัญญา แต่สอนว่าการลงทุนกับคนหรือธุรกิจที่มีประวัติน่าเชื่อถือ มักลดความเสี่ยงได้มากกว่าตัวเลขสวยๆ ในรายงาน
- โฟกัสที่สินทรัพย์จะผลิตอะไรได้ ไม่ใช่ราคาที่มีคนตะโกนบอกทุกวัน — ไร่กับตึกข้าง NYU ไม่มีราคาขึ้นจอให้เห็นทุกวินาทีเหมือนหุ้น บัฟเฟตต์เลยไม่วอกแวก ถ้าเราถือหุ้นด้วยความเข้าใจธุรกิจจริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเช็กราคาทุกชั่วโมงเหมือนกัน
- ไม่ต้องเก่งทุกเรื่อง แค่รู้ขอบเขตความรู้ตัวเอง — บัฟเฟตต์บอกตรงๆ ว่าเขาไม่รู้เรื่องทำไร่เลย แต่รู้จักหาคนที่รู้มาช่วยประเมิน แล้วตัดสินใจในสิ่งที่ตัวเองพอประเมินได้ ไม่ต้องไล่ตามทุกโอกาสที่ผ่านมา
แหล่งอ้างอิง
- Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2013 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2013 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน