หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2008: ปีที่โลกการเงินหัวใจวาย และทำไม “ราคา” กับ “มูลค่า” ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 2008 คือปีวิกฤตการเงินโลก (Global Financial Crisis) ที่บัฟเฟตต์เรียกว่าเป็นปีที่แย่ที่สุดทั้งสำหรับ Berkshire และตลาดหุ้นในรอบ 44 ปีของเขา เขาเปรียบนักลงทุนตอนนั้นเหมือน "นกตัวเล็กๆ ที่หลงเข้าไปในสนามแบดมินตัน" โดนตีกระเด็นไปมาไม่รู้จะหนีทางไหน แต่ท่ามกลางความปั่นป่วนนั้นเอง บัฟเฟตต์กลับมองว่าเป็นโอกาสทองในการช้อปของถูก

"ในพระเจ้าเราเชื่อ คนอื่นๆ ต้องจ่ายเป็นเงินสด"

บัฟเฟตต์เล่าว่าปี 2008 ระบบการเงินโลกเจอปัญหาหนักจนตลาดสินเชื่อแทบหยุดทำงาน เขาเทียบกับป้ายที่เคยเห็นในร้านอาหารตอนเด็กๆ ที่เขียนว่า "In God we trust; all others pay cash" (ในพระเจ้าเราเชื่อ คนอื่นๆ ต้องจ่ายเป็นเงินสด) เพราะตอนนั้นไม่มีใครเชื่อใจใครอีกแล้วในตลาดการเงิน ความกลัวลุกลามจนธุรกิจทั่วประเทศหดตัว และความหดตัวนั้นก็วนกลับมาสร้างความกลัวเพิ่มอีก เป็นวงจรที่เขาบอกว่าไม่เคยเห็นเร็วขนาดนี้มาก่อน

แต่สิ่งที่ทำให้จดหมายปีนี้น่าจดจำคือท่าทีของบัฟเฟตต์ที่ไม่ตื่นตระหนกไปกับตลาด เขาย้ำหลักคิดของ Ben Graham ที่สอนเขามาว่า "ราคาคือสิ่งที่คุณจ่าย มูลค่าคือสิ่งที่คุณได้" ไม่ว่าจะพูดถึงถุงเท้าหรือหุ้น ถ้าของดีลดราคาลงมา ก็เป็นโอกาสซื้อของดีในราคาถูก เขาบอกตรงๆ ว่า "ตอนลงทุน ความกลัวของคนอื่นคือเพื่อนเรา ความคลั่งไคล้ของคนอื่นคือศัตรูเรา" (pessimism is your friend, euphoria the enemy)

บทเรียนจาก Clayton Homes: กู้ให้พอดีกับรายได้จริง ไม่ใช่ความหวัง

บัฟเฟตต์ใช้พื้นที่เยอะมากอธิบายว่าทำไมสินเชื่อบ้านของ Clayton Homes บริษัทลูกที่ปล่อยกู้ให้คนซื้อบ้านสำเร็จรูป ถึงไม่มีปัญหาหนักเหมือนตลาดโดยรวม ทั้งที่ลูกค้าของ Clayton ส่วนใหญ่มีคะแนนเครดิตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประเทศด้วยซ้ำ คำตอบง่ายมาก คือ Clayton ปล่อยกู้โดยดูจากรายได้จริงของผู้กู้ว่าจ่ายไหวไหม ไม่ใช่หวังว่าราคาบ้านจะขึ้นแล้วรีไฟแนนซ์ได้เรื่อยๆ ผู้กู้ของ Clayton ตั้งใจกู้เพื่อจะผ่อนให้หมดจริงๆ ไม่ใช่กู้แบบเดิมพันกับราคาบ้านในอนาคต

เขาเปรียบวิกฤตบ้านปี 2008 เหมือนละครที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในตลาดบ้านสำเร็จรูปช่วงปี 1997-2000 แต่ไม่มีใครจำบทเรียนนั้นไว้ ธนาคาร นักลงทุน และหน่วยงานกำกับดูแลปล่อยให้เรื่องเดิมเกิดซ้ำในตลาดบ้านทั่วไป คือปล่อยกู้ให้คนที่ผ่อนไม่ไหวจากรายได้จริง แล้วทั้งสองฝ่ายก็หวังพึ่งราคาบ้านที่จะขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นทางออก บัฟเฟตต์สรุปบทเรียนง่ายๆ ว่าการซื้อบ้านต้องมีเงินดาวน์จริงอย่างน้อย 10% และค่าผ่อนต่อเดือนต้องพอดีกับรายได้ที่ตรวจสอบได้จริง ไม่ใช่รายได้ในฝัน

ระวังโมเดลการเงินที่มองแต่อดีต — "ระวังพวกเนิร์ดที่ถือสูตรคณิตศาสตร์"

อีกประเด็นที่บัฟเฟตต์เขียนแรงมากคือการวิจารณ์โมเดลการเงินที่อิงจากข้อมูลย้อนหลัง เขาบอกว่าความเสียหายมหาศาลจากตราสารที่เกี่ยวกับสินเชื่อบ้าน ส่วนหนึ่งมาจากโมเดลที่สร้างจากช่วงเวลาที่ราคาบ้านขึ้นแบบปกติ แล้วเอาไปทำนายอนาคตที่สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้วโดยสิ้นเชิง เขาเตือนว่า "ควรระแวงโมเดลที่อิงประวัติศาสตร์" ที่สร้างโดยกลุ่มคนที่ใช้ศัพท์ซับซ้อนอย่างเบต้า แกมมา ซิกม่า ให้ดูน่าเชื่อถือ แต่คนส่วนใหญ่มักลืมตรวจสอบสมมติฐานที่ซ่อนอยู่หลังสัญลักษณ์เหล่านั้น สรุปสั้นๆ ของเขาคือ "ระวังพวกเนิร์ดที่ถือสูตรคณิตศาสตร์มาหา" (beware of geeks bearing formulas)

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. แยกให้ออกระหว่างราคากับมูลค่า — ราคาหุ้นตกไม่ได้แปลว่ามูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจตกตามไปด้วยเสมอ บางทีมันคือส่วนลดที่ตลาดหยิบยื่นมาให้
  2. อย่ากู้หรือลงทุนโดยหวังพึ่งสถานการณ์ในอนาคตที่ยังไม่แน่นอน — ไม่ว่าจะกู้บ้านหรือลงทุน ให้คิดจากรายได้และความสามารถจริงที่มีตอนนี้ ไม่ใช่หวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเอง
  3. ตัวเลขหรือโมเดลสวยหรูแค่ไหน ก็ต้องเข้าใจสมมติฐานที่ซ่อนอยู่ — ก่อนเชื่อการวิเคราะห์ที่อิงข้อมูลในอดีต ให้ถามตัวเองว่าสถานการณ์ตอนนี้ยังเหมือนอดีตอยู่ไหม

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2008 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2008 ผู้อ่านควรพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ