หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 2005: ตระกูล Gotrocks กับกองทัพ “Helpers” ที่แอบกินพอร์ตทุกคน

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 2005 คือปีของพายุเฮอริเคน Katrina ที่ทำให้ Berkshire ขาดทุนจากธุรกิจประกันภัยราว 2.5 พันล้านดอลลาร์ บวกกับพายุ Rita และ Wilma อีกเกือบ 900 ล้านดอลลาร์ แต่สิ่งที่ทำให้จดหมายปีนี้น่าจดจำที่สุด กลับเป็นนิทานสมมติเรื่องหนึ่งที่บัฟเฟตต์แต่งขึ้นมาเองเพื่ออธิบายว่าทำไมนักลงทุนส่วนใหญ่ถึงได้ผลตอบแทนน้อยกว่าที่ธุรกิจในพอร์ตทำได้จริง — นิทานเรื่องตระกูล Gotrocks

ตระกูล Gotrocks กับกองทัพ "Helpers" สี่ชั้น

บัฟเฟตต์สมมติครอบครัวหนึ่งชื่อ Gotrocks ที่เป็นเจ้าของธุรกิจอเมริกันทั้งหมดร่วมกัน ถ้าทุกคนแค่นั่งเฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย พวกเขาจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับที่ธุรกิจอเมริกันทำได้จริงทั้งหมด แต่แล้ววันหนึ่ง "Helpers" กลุ่มแรกคือโบรกเกอร์เข้ามาชวนให้สมาชิกในครอบครัวซื้อขายหุ้นกันเองเพื่อ "เอาชนะ" ญาติคนอื่น ทุกครั้งที่มีการซื้อขาย ส่วนแบ่งของครอบครัวก็หดลง ส่วนแบ่งของ Helpers ก็โตขึ้น

จากนั้น Helpers กลุ่มที่สองคือผู้จัดการกองทุนเข้ามาเสนอตัว "จ้างมืออาชีพช่วยจัดการแทน" กลุ่มที่สามคือที่ปรึกษาการเงินที่มาช่วย "เลือกผู้จัดการกองทุนที่ดีที่สุด" และสุดท้ายกลุ่มที่สี่คือ "hyper-Helpers" ที่สวมเสื้อคลุมใหม่ชื่อ Hedge Fund หรือ Private Equity มาบอกว่าจะเก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้นไปอีกเพื่อผลตอบแทนที่ดีกว่า บัฟเฟตต์สรุปแบบติดตลกแต่เจ็บแสบว่าครอบครัว Gotrocks ที่แบกค่าธรรมเนียมสี่ชั้นแบบนี้ อาจต้องเปลี่ยนชื่อเป็น "Hadrocks" (เคยรวยแต่ตอนนี้ไม่แล้ว) เพราะต้นทุนแฝง (frictional costs) ทั้งหมดอาจกินไปถึง 20% ของกำไรที่ธุรกิจอเมริกันทำได้จริง

Katrina: บททดสอบวินัยการรับประกันภัยครั้งใหญ่ที่สุด

แม้จะขาดทุนจาก Katrina หนักถึง 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่บัฟเฟตต์เขียนว่าต้นทุนการถือเงินลอย (float) ของ Berkshire โดยรวมในปี 2005 ยังคงเป็นศูนย์ เพราะวินัยการรับความเสี่ยงที่ทำมาตลอดหลายปีก่อนหน้า เขาตั้งข้อสังเกตที่น่ากังวลว่าในรอบ 100 ปีก่อนปี 2004 มีเฮอริเคนระดับ 3 ขึ้นไปพัดขึ้นฝั่งสหรัฐฯ ประมาณ 59 ลูก แต่ปี 2005 ปีเดียวกลับมีมากกว่านั้น และ Katrina ยังเป็นเฮอริเคนที่สร้างความเสียหายสูงสุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมประกันภัย เขาตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาว่าภาวะโลกร้อนกำลังเปลี่ยนความถี่และความรุนแรงของพายุจริงหรือไม่ และเตือนว่าอุตสาหกรรมประกันภัยต้องเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่อาจใหญ่กว่า Katrina ได้อีกในอนาคต

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. ทุกครั้งที่ซื้อขาย ให้ถามว่าใครได้ประโยชน์จริงๆ — ค่าธรรมเนียมและค่าคอมมิชชั่นสะสมกันหลายชั้นสามารถกัดกินผลตอบแทนของเราไปมากกว่าที่คิด ยิ่งซื้อขายบ่อยหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีชั้นค่าธรรมเนียมซับซ้อน ยิ่งต้องเช็กให้ชัดว่าคุ้มค่าจริงหรือเปล่า
  2. ต้นทุนต่ำ ไม่ใช่แค่รายละเอียดเล็กๆ แต่คือปัจจัยตัดสินผลตอบแทนระยะยาว — นิทาน Gotrocks สอนว่าแม้ธุรกิจที่ถืออยู่จะดีแค่ไหน ถ้าต้นทุนแฝงสูงเกินไป ผลตอบแทนสุทธิที่เราได้จริงก็อาจน้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก
  3. เตรียมใจรับเหตุการณ์ใหญ่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน — Katrina สอนว่าสถิติในอดีตไม่ใช่เพดานของความเสียหายที่เป็นไปได้ พอร์ตหรือแผนการเงินที่ดีควรมีพื้นที่ให้กับเหตุการณ์ที่รุนแรงกว่าที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเสมอ

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2005 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2005 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ