ปี 2003 มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นของ Berkshire โต 21% บัฟเฟตต์เขียนว่าปีนี้ Berkshire จ่ายภาษีให้รัฐบาลสหรัฐฯ ถึง 3.3 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็นสัดส่วนสูงกว่ามูลค่าบริษัทเทียบกับทั้งตลาดหลายเท่า แต่เรื่องที่น่าจดจำที่สุดของจดหมายปีนี้กลับเป็นดีลซื้อกิจการสองดีลที่เกิดขึ้นแบบไม่มีใครวางแผนไว้เลย ดีลหนึ่งเริ่มจากหนังสือที่นักศึกษากลุ่มหนึ่งเอามาให้เป็นของขวัญ อีกดีลปิดจบด้วยการจับมือครั้งเดียวกับ Wal-Mart
ของขวัญจากนักศึกษา ที่กลายเป็นดีลซื้อกิจการ
ทุกปีอาจารย์ Al Auxier จากมหาวิทยาลัย Tennessee จะพานักศึกษาการเงินมาทัวร์ Omaha แล้วมาคุยกับบัฟเฟตต์สองชั่วโมง ธรรมเนียมคือนักศึกษาต้องเอาของขวัญมาให้ก่อนถึงจะได้เปิดประตูออกไป ปีนั้นพวกเขาเลือกให้หนังสืออัตชีวประวัติของ Jim Clayton ผู้ก่อตั้ง Clayton Homes บริษัทบ้านสำเร็จรูป (manufactured housing) บัฟเฟตต์อ่านแล้วประทับใจ โทรหา Kevin Clayton ลูกชายที่เป็น CEO คุยกันไม่กี่ครั้งก็ตัดสินใจยื่นข้อเสนอซื้อกิจการ โดยอ้างอิงแค่หนังสือเล่มนั้น การประเมินตัว CEO และประสบการณ์ที่เคยขาดทุนจากการซื้อหนี้ของ Oakwood Homes คู่แข่งที่ล้มละลายมาก่อน
เขาเล่าติดตลกว่าตอนกลับไป Knoxville เพื่อจัด "พิธีรับปริญญา" ให้นักศึกษาทั้ง 40 คน เขามอบ "ปริญญาเอก" (PhD ที่ย่อมาจาก phenomenal, hard-working dealmaker) พร้อมหุ้น Berkshire รุ่น B ให้ทุกคน ส่วนอาจารย์ Al ได้หุ้นรุ่น A ไปเลย
ดีล McLane: จับมือสองชั่วโมง ไม่มี Due Diligence
อีกดีลหนึ่งคือการซื้อ McLane บริษัทกระจายสินค้าให้ร้านสะดวกซื้อจาก Wal-Mart บัฟเฟตต์เล่าว่าเขาคุยกับ Tom Schoewe ซีเอฟโอของ Wal-Mart แค่ครั้งเดียวประมาณสองชั่วโมงแล้วจับมือปิดดีล โดยไม่มีการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก (due diligence) ใดๆ เลย เพราะเชื่อคำพูดของ Wal-Mart ล้วนๆ และ 29 วันหลังจากนั้น Wal-Mart ก็ได้รับเงินครบตามสัญญา เขาบอกว่านี่คือเหตุผลที่เขาให้คะแนน Wal-Mart เป็นบริษัทที่เขาชื่นชมที่สุดในโพลของนิตยสาร Fortune มาหลายปี
เมื่อสหรัฐฯ ใช้จ่ายเกินตัว และค่าเงินดอลลาร์ที่กำลังอ่อนตัว
บัฟเฟตต์เริ่มพูดถึงปัญหาการขาดดุลการค้า (trade deficit) ของสหรัฐฯ อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกในจดหมายปีนี้ เขาบอกว่าการขาดดุลต่อเนื่องหลายปีทำให้ต่างชาติถือครองสินทรัพย์และสิทธิเรียกร้องในอเมริกามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ตลาดเริ่ม "สำลัก" และค่าเงินดอลลาร์เริ่มอ่อนตัวลงเทียบกับสกุลเงินหลัก เขาบอกตรงๆ ว่า "สุสานของนักพยากรณ์มีพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกจองไว้ให้นักพยากรณ์เศรษฐกิจมหภาค" ยอมรับว่าเขาไม่ค่อยทำนายภาพเศรษฐกิจใหญ่ แต่ก็ตัดสินใจเปิดสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศเป็นครั้งแรกในชีวิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากดอลลาร์อ่อนค่า
เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง
- ดีลดีๆ ไม่ต้องมาจากธนาคารเพื่อการลงทุนเสมอไป — บางครั้งโอกาสดีที่สุดมาจากคนที่คุณรู้จักหรือเรื่องบังเอิญเล็กๆ สิ่งสำคัญคือต้องรู้จักประเมินธุรกิจได้เร็วเมื่อเจอของดี ไม่ใช่รอให้มีกระบวนการที่ซับซ้อนถึงจะกล้าตัดสินใจ
- ความไว้ใจสร้างจากประวัติที่พิสูจน์แล้ว ไม่ใช่จากสัญญาหนาๆ — ดีล McLane ปิดได้เร็วเพราะทั้งสองฝ่ายมีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือสะสมมานาน นี่คือเหตุผลที่การลงทุนกับธุรกิจหรือผู้บริหารที่มีประวัติซื่อสัตย์ยาวนานมักปลอดภัยกว่า
- อย่าพยายามพยากรณ์เศรษฐกิจมหภาคเพื่อตัดสินใจลงทุน — แม้บัฟเฟตต์เองจะกังวลเรื่องดอลลาร์อ่อนค่า แต่เขาก็ยอมรับว่าพยากรณ์มหภาคเป็นเรื่องยากมาก การโฟกัสที่การประเมินมูลค่าธุรกิจทีละตัวยังเป็นแนวทางที่น่าเชื่อถือกว่าการเดาทิศทางเศรษฐกิจใหญ่
แหล่งอ้างอิง
- Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 2003 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman
Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 2003 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน