หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 1996: ดีลหลักล้านที่เกิดจากงานวันเกิดหลาน กับบทเรียนเรื่อง “ปีแย่ๆ ต้องมาแน่ๆ”

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 1996 มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นของ Berkshire โตขึ้น 31.8% แต่เรื่องที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือที่มาของดีลสองดีลใหญ่ในปีนั้น ดีลหนึ่งเกิดจากการนั่งข้างคนคุยถูกคอในงานวันเกิดหลานสาววัย 40 ปี อีกดีลเกิดจากจดหมายของแฟนคลับที่ถือหุ้น Berkshire มานาน บัฟเฟตต์ยังเล่าถึงธุรกิจประกันภัยพิบัติที่เขาบอกตรงๆ ว่า "ปีที่แย่สุดๆ ไม่ใช่ความเป็นไปได้ แต่เป็นความแน่นอน" คำถามมีแค่ว่าเมื่อไหร่

ดีลล้านเหรียญที่เริ่มจากงานวันเกิด กับจดหมายจากแฟนคลับ

บัฟเฟตต์ไม่ชอบงานสังคมเท่าไหร่ แต่ปี 1996 เขาถูกชวนไปงานวันเกิดครบ 40 ปีของภรรยาหลานชาย ตอนแรกก็คิดหาข้ออ้างจะไม่ไป แต่สุดท้ายไปเพราะจะได้นั่งข้างคนที่เขาชอบคุยด้วย ระหว่างงานเขาได้ยินคนข้างๆ เล่าว่าเพิ่งไปประชุมบอร์ดของบริษัท Kansas Bankers Surety บริษัทประกันที่บัฟเฟตต์ชื่นชมมานาน เขาเลยตะโกนถามกลับไปว่าถ้าบริษัทนี้จะขายเมื่อไหร่ให้บอกด้วย ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ก็ได้จดหมายพร้อมข้อมูลการเงิน และดีลก็ปิดในราคา 75 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาไม่กี่วันหลังจากนั้น

อีกดีลหนึ่งคือ FlightSafety International บริษัทฝึกนักบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่าดีลประมาณ 1,500 ล้านดอลลาร์ จุดเริ่มต้นมาจากคู่สามีภรรยาคู่หนึ่งที่ถือหุ้น Berkshire มานาน สามีเป็นที่ปรึกษาด้านการบิน และบังเอิญเป็นผู้ถือหุ้น FlightSafety มานานเช่นกัน เขาคิดว่าสองบริษัทนี้น่าจะไปด้วยกันได้ เลยเขียนจดหมายแนะนำไปยัง CEO ของ Salomon ให้ช่วยติดต่อ สุดท้ายบัฟเฟตต์เจอ CEO ของ FlightSafety แค่ 60 วินาทีก็รู้แล้วว่าเจอผู้บริหารที่ใช่

"ปีที่แย่สุดๆ ไม่ใช่ความเป็นไปได้ แต่เป็นความแน่นอน"

ธุรกิจหนึ่งที่ Berkshire ทำคือรับประกันภัยพิบัติขนาดใหญ่ (super-cat insurance) ให้บริษัทประกันอื่นๆ ปีนั้น Berkshire รับความเสี่ยงก้อนใหญ่มาก ทั้งพายุเฮอริเคนในฟลอริดาและแผ่นดินไหวในแคลิฟอร์เนีย บัฟเฟตต์เขียนย้ำแบบไม่อ้อมค้อมว่า "สิ่งที่ต้องเข้าใจคือ ปีที่แย่สุดๆ ในธุรกิจนี้ไม่ใช่ความเป็นไปได้ แต่เป็นความแน่นอน คำถามมีแค่ว่ามันจะมาเมื่อไหร่"

เขาบอกด้วยว่าเหตุผลที่เขียนแบบนี้ซ้ำๆ ทุกปีเพราะไม่อยากให้ผู้ถือหุ้นตกใจขายหุ้นทิ้งตอนได้ยินข่าวว่าภัยพิบัติใหญ่ทำให้ Berkshire ขาดทุนก้อนโต ถ้าใครจะตอบสนองแบบนั้น เขาบอกตรงๆ ว่าไม่ควรถือหุ้น Berkshire ตั้งแต่แรก เหมือนกับที่ไม่ควรถือหุ้นตัวไหนเลยถ้าตลาดร่วงแล้วทนไม่ไหวต้องขายทิ้ง เขายกตัวอย่าง Robert Woodruff ที่สร้าง Coca-Cola มากับมือ เคยถูกถามว่าเมื่อไหร่ควรขายหุ้น Coke คำตอบของเขาคือ "ผมไม่รู้ ผมไม่เคยขายเลยสักหุ้น"

ความผิดพลาดที่ USAir กับบทเรียนเรื่องความถ่อมตัว

ในจดหมายปีนี้บัฟเฟตต์ยังย้อนเล่าความผิดพลาดของตัวเองที่ลงทุนในหุ้นบุริมสิทธิ์ของสายการบิน USAir ตั้งแต่ปี 1989 เขายอมรับว่าวิเคราะห์ธุรกิจแบบผิวเผินและผิดพลาด เพราะหลงไปกับประวัติกำไรยาวนานของบริษัท แต่มองข้ามไปว่าต้นทุนของสายการบินยังเป็นแบบยุคที่รัฐควบคุมราคา ในขณะที่รายได้ต้องแข่งขันในตลาดเสรีเต็มรูปแบบ ผลคือ USAir ขาดทุนสะสมกว่า 2,400 ล้านดอลลาร์ในช่วงปี 1990-1994 จนบัฟเฟตต์เคยพยายามขายหุ้นทิ้งที่ครึ่งราคาแต่ก็ขายไม่ออก โชคดีที่ไม่ออก เพราะสุดท้ายบริษัทฟื้นตัวกลับมา

เขาเล่าเรื่องนี้พร้อมมุกติดตลกใส่ตัวเองว่า มีเพื่อนคนหนึ่งเคยถามเขาว่า "ถ้านายรวยขนาดนี้ ทำไมนายไม่ฉลาดล่ะ" หลังจากอ่านผลงานที่ห่วยแตกของตัวเองใน USAir แล้ว บัฟเฟตต์บอกว่าคงต้องยอมรับว่าเพื่อนคนนั้นพูดถูก

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. โอกาสดีๆ มักโผล่มาแบบไม่ตั้งใจ แต่ต้องพร้อมรับเสมอ — บัฟเฟตต์ได้ดีลใหญ่จากการนั่งคุยเล่นในงานวันเกิดกับจดหมายจากคนแปลกหน้า สิ่งที่ทำให้เขาคว้าโอกาสได้ทันคือรู้ตัวเองชัดว่าอยากได้ธุรกิจแบบไหน พอเจอของถูกใจก็ตัดสินใจเร็ว ไม่ใช่แค่เรื่องดวง
  2. เตรียมใจไว้ก่อนว่าปีแย่ๆ ต้องมาแน่ๆ — ไม่ว่าจะลงทุนในธุรกิจไหน ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดน้อยแต่ผลกระทบหนักจะเกิดขึ้นสักวันหนึ่งแน่นอน คำถามมีแค่เรื่องเวลา ถ้าเรารู้ตัวล่วงหน้าและไม่ตื่นตระหนกตอนมันมาจริง จะตัดสินใจได้ดีกว่าคนที่คิดว่ามันจะไม่เกิดขึ้นเลย
  3. ยอมรับความผิดพลาดตรงๆ ดีกว่าซุกไว้ — บัฟเฟตต์เขียนเล่าความผิดพลาดของตัวเองแบบไม่เกรงใจตัวเอง ทั้งยังใส่มุกล้อตัวเองด้วย การยอมรับว่าคิดผิดตรงไหนช่วยให้เรียนรู้ได้จริง ดีกว่าพยายามหาเหตุผลกลบเกลื่อน

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 1996 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 1996 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ