หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ปี 1990: ตอนที่ทุกคนกลัวหุ้นแบงก์ บัฟเฟตต์กลับเดินเข้าไปซื้อ Wells Fargo

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 1990 ราคาหุ้นของ Berkshire ตกลงถึง 23% แต่มูลค่าที่แท้จริงของบริษัทกลับแทบไม่เปลี่ยน บัฟเฟตต์ใช้ช่วงที่ตลาดกลัวหุ้นธนาคารทั้งกระดาน เดินเข้าไปซื้อ Wells Fargo ตอนราคาร่วงเกือบครึ่งภายในไม่กี่เดือน แล้วยังเล่าเรื่องหลานสาววัย 4 ขวบที่สอนบทเรียนเรื่องความถ่อมตัวให้เขาโดยไม่รู้ตัว

ตอนที่ตลาดตื่นตระหนกกับหุ้นแบงก์ คือตอนที่บัฟเฟตต์เข้าซื้อ

ปี 1990 หุ้นกลุ่มธนาคารร่วงหนักเพราะนักลงทุนกลัวว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ จะทรุดตัวและทำให้แบงก์ขาดทุนหนี้เสียมหาศาล บัฟเฟตต์มองว่าความกลัวนี้เกินจริง เขาคำนวณคร่าวๆ ว่าแม้ 10% ของสินเชื่อทั้งหมดของ Wells Fargo จะมีปัญหาและขาดทุนเฉลี่ย 30% ของเงินต้น บริษัทก็ยังแทบเสมอทุนอยู่ดี ไม่ถึงขั้นล้มละลาย

เขาจึงเข้าซื้อหุ้น Wells Fargo ถึง 10% ของบริษัท ด้วยเงิน 290 ล้านดอลลาร์ ในราคาต่ำกว่า 5 เท่าของกำไรหลังหักภาษี บัฟเฟตต์เปรียบเทียบพฤติกรรมนักลงทุนกับการซื้ออาหาร — คนเราชอบราคาอาหารถูกลง แต่พอเป็นหุ้นกลับดีใจตอนราคาขึ้นและเสียใจตอนราคาลง เขาย้ำว่า "สิ่งที่เป็นศัตรูตัวจริงของนักลงทุนที่มีเหตุผลคือความคิดบวกเกินไป ไม่ใช่ความหดหู่ของตลาด" (It's optimism that is the enemy of the rational buyer)

หลานสาววัย 4 ขวบกับบทเรียนเรื่องนักมายากล

บัฟเฟตต์เล่าเรื่องงานวันเกิดครบ 4 ขวบของหลานสาว Emily ที่มีนักแสดงกลชื่อ Beemer the Clown มาแสดง เขาให้ Emily ช่วยโบกไม้กายสิทธิ์ระหว่างที่เขาเปลี่ยนผ้าเช็ดหน้าสีเขียวเป็นสีน้ำเงิน หลังจากมายากลผ่านไปสี่รอบ Emily อดใจไม่ไหวพูดออกมาด้วยความปลาบปลื้มว่า "หนูเก่งเรื่องนี้จริงๆ เลย"

บัฟเฟตต์บอกว่าเรื่องนี้สรุปบทบาทของเขาในการบริหาร Berkshire ได้พอดี — ผู้บริหารเก่งๆ อย่างตระกูล Blumkin, Friedman, Heldman หรือ Chuck Huggins คือคนที่สร้างผลงานจริงๆ ส่วนเขากับ Charlie Munger แค่ยืนข้างๆ แล้วปรบมือให้ เหมือน Emily ที่คิดว่าตัวเองเป็นคนทำมายากล ทั้งที่จริงๆ แล้วฝีมือทั้งหมดเป็นของนักมายากลตัวจริง

พันธบัตรขยะกับดาบที่เสียบไว้บนพวงมาลัย

บัฟเฟตต์วิจารณ์กระแสพันธบัตรขยะ (junk bonds) ที่ระบาดหนักในยุค 1980 เขาเล่าเปรียบเปรยว่า นักการเงินบางคนเชื่อว่าหนี้มหาศาลจะบังคับให้ผู้บริหารตั้งใจทำงานมากขึ้น เหมือนเอามีดไปเสียบไว้บนพวงมาลัยรถ — คนขับจะระมัดระวังมากขึ้นก็จริง แต่ถ้ารถตกหลุมแม้แต่หลุมเล็กๆ ก็อาจถึงตายได้ และถนนของโลกธุรกิจก็เต็มไปด้วยหลุมบ่อเสมอ

เขาอ้างคำพูดของ Ben Graham ในหนังสือ The Intelligent Investor ว่า ถ้าต้องสรุปหลักการลงทุนที่ปลอดภัยด้วยสามคำ คำตอบคือ "ส่วนเผื่อความปลอดภัย" (Margin of Safety) และบัฟเฟตต์บอกว่าแม้เวลาผ่านไป 42 ปีนับจากวันที่เขาอ่านประโยคนี้ครั้งแรก เขาก็ยังเชื่อว่านี่คือสามคำที่ถูกต้องที่สุด

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. ความกลัวของตลาดในวงกว้าง บางทีคือโอกาสของคนที่คำนวณเป็น — เวลาทุกคนกลัวและเทขายพร้อมกัน มักจะเกิดราคาต่ำกว่ามูลค่าจริง แต่ต้องคำนวณความเสี่ยงจริงด้วยตัวเลข ไม่ใช่แค่ซื้อสวนกระแสเฉยๆ
  2. อย่าใช้หนี้เกินตัวแม้จะดูมีวินัยในทางทฤษฎี — หนี้ก้อนใหญ่อาจดูเหมือนบังคับให้ระมัดระวัง แต่พอเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันแม้เล็กน้อย ก็อาจทำให้ธุรกิจล้มได้ทันที
  3. ให้เครดิตคนที่สร้างผลงานจริง ไม่ใช่หลงตัวเองว่าเป็นคนเก่ง — ไม่ว่าจะลงทุนเองหรือบริหารธุรกิจ การถ่อมตัวและยอมรับว่าใครทำอะไรจริงๆ ช่วยให้มองสถานการณ์ตามความเป็นจริงมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 1990 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 1990 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ