หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ ปี 1979: ทำไมกำไร 20% ต่อปีอาจไม่ได้แปลว่ารวยขึ้นจริง

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 1979 บัฟเฟตต์เขียนจดหมายอธิบายเรื่องหนึ่งที่หลายคนมองข้าม — ทำไมบริษัทที่ทำกำไร 20% ต่อปีต่อเนื่องมา 15 ปี อาจไม่ได้ทำให้ผู้ถือหุ้น "รวยขึ้นจริง" เลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าเงินเฟ้อสูงพอ นี่คือจดหมายที่พูดเรื่องเงินเฟ้อกับภาษีได้ตรงประเด็นที่สุดฉบับหนึ่งในซีรีส์นี้

15 ปีที่มูลค่าทางบัญชีโตทบต้น 20.5% ต่อปี

นับจากปี 1964 ที่บัฟเฟตต์เข้าคุมนโยบายบริษัท มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้นโตจาก $19.46 เป็น $335.85 ในปี 1979 คิดเป็นอัตราทบต้น 20.5% ต่อปี — ตัวเลขที่ฟังดูน่าประทับใจมาก แต่บัฟเฟตต์กลับเลือกใช้ครึ่งหลังของจดหมายทั้งฉบับอธิบายว่าทำไมตัวเลขนี้อาจ "ไม่ได้แปลว่าคุณรวยขึ้นจริง" เลย

"ดัชนีความทุกข์ของนักลงทุน" (Investor's Misery Index)

บัฟเฟตต์อธิบายด้วยตัวอย่างง่ายๆ — ถ้าธุรกิจทำกำไร 20% ต่อทุน แล้วเงินเฟ้อปีนั้นอยู่ที่ 14% แถมต้องเสียภาษีตอนแปลงกำไรเป็นเงินสดอีก ผลตอบแทนที่แท้จริงหลังหักเงินเฟ้อและภาษีอาจเหลือใกล้ศูนย์ เขาเรียกผลรวมของอัตราเงินเฟ้อบวกภาษีที่ต้องจ่ายว่า "ดัชนีความทุกข์ของนักลงทุน" — ถ้าดัชนีนี้สูงกว่าผลตอบแทนที่ธุรกิจทำได้ อำนาจซื้อที่แท้จริงของนักลงทุนจะหดตัวลงเรื่อยๆ แม้จะไม่ได้ใช้เงินสักบาทก็ตาม

มีนักวิจารณ์คนหนึ่งเปรียบเทียบให้ฟังว่า มูลค่าทางบัญชีของบริษัทปี 1964 ซื้อทองได้ประมาณครึ่งออนซ์ ผ่านมา 15 ปี ทั้งที่เก็บกำไรสะสมไว้ทั้งหมดพร้อมความพยายามมหาศาล มูลค่าทางบัญชีตอนนี้ก็ยังซื้อทองได้ประมาณครึ่งออนซ์เท่าเดิม — เป็นภาพสะท้อนที่ทรงพลังว่าเงินเฟ้อกัดกินความมั่งคั่งที่แท้จริงได้ขนาดไหน แม้ตัวเลขบนกระดาษจะดูโตขึ้นเรื่อยๆ

ยอมรับความผิดพลาดเรื่องพันธบัตรระยะยาว

จดหมายฉบับนี้ยังมีจุดที่บัฟเฟตต์ยอมรับความผิดพลาดตรงๆ — บริษัทซื้อพันธบัตรอายุ 15 ปีไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเขาบอกว่า "เป็นความผิดพลาด" และที่แย่กว่านั้นคือไม่ยอมขายทิ้งตอนที่เริ่มเห็นสัญญาณปัญหาชัดเจนขึ้น เขาเขียนตรงๆ ว่าความผิดพลาดของตัวเองควรถูกมองอย่างเข้มงวดกว่าคนอื่นที่ไม่รู้ตัวว่ามีปัญหาเกิดขึ้น เพราะเขารู้ทันแต่ไม่ได้ลงมือแก้ไข

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. ผลตอบแทนบนกระดาษ ต้องหักเงินเฟ้อกับภาษีก่อนถึงจะรู้ว่ารวยขึ้นจริงไหม — ตัวเลขกำไร % ที่สวยงาม อาจไม่ได้แปลว่าอำนาจซื้อของเราเพิ่มขึ้นจริง ถ้าเงินเฟ้อกินไปหมด
  2. รู้ตัวว่าผิดแล้วไม่รีบแก้ ยิ่งแย่กว่าไม่รู้ตัว — การเห็นสัญญาณปัญหาแล้วยังไม่ลงมือทำอะไร คือความผิดพลาดที่ควรถูกตำหนิมากกว่าการไม่รู้ตัวเลยตั้งแต่แรก
  3. ตัวเลขระยะยาว 15 ปี บอกอะไรได้มากกว่าตัวเลขปีเดียว — การดูอัตราทบต้นระยะยาวเทียบกับเงินเฟ้อ ให้ภาพความจริงที่ชัดกว่าการดูกำไรปีต่อปีเยอะ

แหล่งอ้างอิง

  1. Berkshire Hathaway Inc. Chairman's Letter 1979 — ลงนามโดย Warren E. Buffett, Chairman, 3 มีนาคม 1980

Disclaimer: บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่กล่าวถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังจากจดหมายต้นฉบับปี 1979 นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ