หน้าหลัก / บทความ / จดหมายบัฟเฟตต์
จดหมายบัฟเฟตต์

จดหมายบัฟเฟตต์ ปี 1964

12 ก.ค. 2569 อ่าน 1 นาที จดหมายบัฟเฟตต์

ปี 1964 ตลาดหุ้นอเมริกาคึกคักสุดๆ ดัชนี Dow Jones บวก 18.7% (รวมปันผล) เป็นปีที่นักลงทุนทั่วไปยิ้มแก้มปริ พอร์ตของบัฟเฟตต์เองก็โต 27.8% เอาชนะตลาดสบายๆ แต่พอเปิดจดหมายมาอ่าน กลับเจอบัฟเฟตต์บ่นว่า “ปีนี้ไม่ใช่หนึ่งในปีที่ดีของเรา” — ฟังดูแปลกไหม ชนะตลาดแท้ๆ แต่ยังไม่พอใจตัวเอง

ปี 1964 ตลาดเป็นยังไง

ปีนั้น Dow ให้ผลตอบแทนรวมปันผล +18.7% เป็นปีตลาดกระทิงเต็มตัว พอร์ตของ Buffett Partnership โต +27.8% ส่วนที่ตกถึงมือหุ้นส่วนจำกัด (limited partners) อยู่ที่ +22.3%

ฟังดูดีมาก แต่บัฟเฟตต์เทียบกับสถิติของตัวเองย้อนหลัง 8 ปี (1957-1964) แล้วพบว่าปีนี้เป็นปีที่ “เอาชนะ Dow ด้วยส่วนต่างน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 1959” — ส่วนต่างแค่ 9.1 จุดในระดับพอร์ตรวม และ 3.6 จุดในมุมของหุ้นส่วนจำกัด ทั้งที่ค่าเฉลี่ยของเขาทำได้เหนือ Dow เป็นสิบจุดขึ้นไปแทบทุกปี

เหตุผลที่เขาให้ไว้ตรงๆ คือ “ปีที่ตลาดพุ่งแรงแบบนี้ มันยากสำหรับเราที่จะทำผลงานเหนือ Dow ได้เยอะ” เพราะสไตล์การลงทุนของเขาเน้นหาหุ้นถูกกว่ามูลค่าจริง (undervalued) ซึ่งมักโดดเด่นในตลาดที่ซบเซาหรือขาลงมากกว่า

มืออาชีพก็ไม่ได้เก่งกว่า Dow เสมอไป

จดหมายฉบับนี้มีตารางเทียบผลงานของบัฟเฟตต์กับกองทุนใหญ่ 4 กองในยุคนั้น (Massachusetts Investors Trust, Investors Stock Fund, Tri-Continental Corp, Lehman Corp) ซึ่งบริหารเงินรวมกันกว่า 4,500 ล้านดอลลาร์ในตอนนั้น ผลปรากฏว่าทั้ง 4 กองทำผลตอบแทนปี 1964 ได้แค่ 12.6-15.9% แพ้ Dow ที่ทำได้ 18.7% เละไม่มีใครเหนือกว่า

บัฟเฟตต์เขียนเล่นๆ ว่านี่คือคำถามที่ “ควรจะมีคนขุดคุ้ยหาคำตอบกันจริงจัง” เพราะแค่ 1% ของเงิน 30,000 ล้านดอลลาร์ในอุตสาหกรรมกองทุนตอนนั้น ก็เท่ากับ 300 ล้านดอลลาร์ต่อปีแล้ว แต่เขาก็ตั้งข้อสังเกตว่าคนบริหารกองทุนพวกนี้ไม่ได้โง่หรือไม่ซื่อสัตย์ แค่ระบบขององค์กรใหญ่ๆ มักมีแรงเสียดทานที่ทำให้ผลงานเฉลี่ยออกมาธรรมดา — ตัดสินใจแบบกลุ่ม กลัวแหกคอก และเฉื่อยชาไปตามระบบ

พอร์ตแบ่งเป็น 4 กอง ไม่ใช่ 2 กองแบบเดิม

ปีนี้บัฟเฟตต์อัปเกรดวิธีแบ่งพอร์ตจาก 2 กองที่เคยเล่าไว้ (Work-out กับ General) มาเป็น 4 กอง:

  1. Generals — Private Owner Basis หุ้นถูกมากจนถ้าซื้อทั้งบริษัทยังคุ้ม เน้นราคาถูกเป็นหลัก แต่ก็ดูคุณภาพธุรกิจและผู้บริหารด้วย
  2. Generals — Relatively Undervalued หุ้นที่ถูกกว่าหุ้นคุณภาพใกล้เคียงกันในตลาด กลุ่มนี้เพิ่งเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้นในพอร์ต
  3. Workouts หุ้นที่กำไรผูกกับดีลบริษัท (ควบรวม เทกโอเวอร์ เลิกกิจการ) เหมือนที่เล่าไว้ในจดหมายปี 1957
  4. Controls หุ้นที่ซื้อเยอะจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีสิทธิ์เข้าไปมีส่วนตัดสินใจในบริษัท

ท้ายจดหมาย (ส่วนที่เขียนเสริมเดือนพฤศจิกายน 1965) บัฟเฟตต์แอบเผยว่า Partnership เพิ่งเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทสิ่งทอชื่อ Berkshire Hathaway — ใช่ครับ บริษัทเดียวกับที่ทุกวันนี้กลายเป็นชื่อของบัฟเฟตต์เอง ตอนนั้นมันยังเป็นแค่หนึ่งในหุ้นกลุ่ม Controls เท่านั้น

เรื่องเล่าดอกเบี้ยทบต้น: อินเดียนแดงขายเกาะแมนฮัตตัน

ทุกปีบัฟเฟตต์ชอบแทรกเรื่องราวสนุกๆ เกี่ยวกับพลังของดอกเบี้ยทบต้น (compound interest) ปีนี้เขาเล่าเรื่องชาวอินเดียนแดงที่ขายเกาะแมนฮัตตันให้ Peter Minuit ในปี 1626 ด้วยราคา 24 ดอลลาร์ — ฟังดูเหมือนโดนหลอกสุดๆ

แต่บัฟเฟตต์คำนวณให้ดูว่า ถ้าอินเดียนแดงเอาเงิน 24 ดอลลาร์นั้นไปลงทุนต่อที่ผลตอบแทน 6.5% ต่อปี ผ่านไป 338 ปี (ถึงปี 1964) เงินก้อนนั้นจะโตเป็น 42,000 ล้านดอลลาร์ และถ้าทำได้ 7% ต่อปี จะโตเป็นถึง 205,000 ล้านดอลลาร์ — มากกว่ามูลค่าที่ดินเกาะแมนฮัตตันทั้งเกาะในตอนนั้นเสียอีก บทเรียนคือ อัตราผลตอบแทนที่ต่างกันแค่นิดเดียว เมื่อคูณด้วยเวลายาวๆ ผลลัพธ์ต่างกันมหาศาล

เอามาใช้กับพอร์ตเราได้ยังไง

  1. ชนะตลาดก็ยังพัฒนาต่อได้ — บัฟเฟตต์โตปีนี้ 27.8% เอาชนะ Dow สบายๆ แต่ยังบอกตัวเองว่านี่ไม่ใช่ปีที่ดีที่สุด เพราะเขาเทียบกับมาตรฐานของตัวเองในระยะยาว ไม่ใช่แค่เทียบกับตลาดปีเดียว การตั้งมาตรฐานให้ตัวเองแบบนี้ช่วยไม่ให้หลงระเริงไปกับผลตอบแทนปีเดียว
  2. อย่าคิดว่ากองทุนหรือมืออาชีพต้องเก่งกว่าตลาดเสมอ — ตารางเทียบผลงานปีนั้นแสดงชัดว่ากองทุนใหญ่ระดับพันล้านก็แพ้ Dow ได้ ก่อนจะฝากเงินให้ใครบริหาร ควรรู้ผลงานย้อนหลังจริงๆ ของเขาก่อน ไม่ใช่เชื่อแค่ชื่อเสียง
  3. รู้ว่าหุ้นแต่ละตัวในพอร์ตอยู่ในกลุ่มไหน และทำไมถึงถือมัน — การแบ่งพอร์ตเป็น 4 ประเภทของบัฟเฟตต์ช่วยให้เขารู้ชัดว่าหุ้นแต่ละตัวมีเหตุผลอะไรรองรับ ไม่ใช่ซื้อเพราะกระแสหรือซื้อตามๆ กันไป

ปี 1964 อาจดูเป็นแค่ปีที่บัฟเฟตต์ “ทำได้ดีแต่ไม่ปลื้ม” แต่ท้ายจดหมายกลับแอบซ่อนจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนักลงทุนคนนี้ไว้ นั่นคือการเข้าซื้อหุ้น Berkshire Hathaway

แหล่งอ้างอิง

  1. Complete Buffett Partnership Letters 1957-1970 (focusedcompounding.com) — จดหมายฉบับปี 1964

Disclaimer: บทความนี้เล่าเนื้อหาจากจดหมายผู้ถือหุ้นของ Warren Buffett สมัย Buffett Partnership เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหุ้นตัวไหน ตัวเลขและเหตุการณ์ที่พูดถึงเป็นข้อมูลย้อนหลังของยุค 1960 ตลาดและกติกาการลงทุนเปลี่ยนไปเยอะมากแล้ว ก่อนตัดสินใจลงทุนจริง ควรหาข้อมูลรอบด้านเพิ่มเติมหรือคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินก่อนเสมอ

Disclaimer: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน การตัดสินใจลงทุนทุกครั้งควรพิจารณาจากข้อมูลที่หลากหลายและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
กลับหน้าบทความ