Position Sizing คืออะไร คำนวณยังไง

สมมติสองคนซื้อหุ้นตัวเดียวกัน วิเคราะห์ถูกทั้งคู่ — แต่คนแรกกำไร 5% ส่วนคนที่สองกำไร 18% ต่างกันที่ไหน? ไม่ใช่ที่หุ้น แต่ที่ จำนวนหุ้นที่ซื้อ

นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้เวลาหลายชั่วโมงเลือกหุ้น แต่ใช้เวลาไม่ถึงนาทีตัดสินใจว่าจะซื้อ “เท่าไหร่” — และนั่นคือจุดที่เงินหายไปโดยไม่รู้ตัว การกำหนดขนาดพอร์ต (Position Sizing) คือทักษะที่แก้ปัญหานี้โดยตรง

Position Sizing คืออะไร

การกำหนดขนาดพอร์ต (Position Sizing) คือการคำนวณว่าในการลงทุนแต่ละครั้ง ควรใช้เงินเท่าไหร่ โดยอิงจากความเสี่ยงที่ยอมรับได้ ไม่ใช่ความรู้สึกหรือความมั่นใจในหุ้นตัวนั้น

ลองเปรียบกับนักบาสเก็ตบอล — ทีมที่ดีไม่ได้ให้ทุกคนยิงพอๆ กัน แต่จัดสรรว่าใครควรยิงในสถานการณ์ไหน มากแค่ไหน เพื่อให้โอกาสชนะสูงสุด Position Sizing คือการจัดสรรแบบนั้น แต่ทำกับเงิน

ทำไมต้องคำนวณ ไม่ใช่แค่รู้สึก

สองกับดักที่เกิดขึ้นเมื่อไม่มี Position Sizing:

  • ทุ่มมากเกินไปเมื่อมั่นใจ — ยิ่งมั่นใจ ยิ่งซื้อเยอะ ถ้าผิดแค่ครั้งเดียวก็ล้างพอร์ตได้
  • ซื้อน้อยเกินไปเมื่อกลัว — วิเคราะห์ถูก แต่ซื้อน้อยมากจนกำไรแทบไม่คุ้มเวลา

Position Sizing แก้ทั้งสองปัญหาด้วยสูตรเดียวกัน

สูตรคำนวณ Position Sizing

วิธีที่ใช้ง่ายที่สุดและเป็นที่นิยมในหมู่เทรดเดอร์มืออาชีพคือ Fixed Percentage Risk Method หรือการกำหนดว่าจะเสียได้สูงสุดกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ตต่อครั้ง

จำนวนหุ้นที่ซื้อ = (พอร์ตรวม × % ความเสี่ยง) ÷ (ราคาเข้า − Stop Loss)

ลองใส่ตัวเลขของคุณเองได้เลย:





จำนวนหุ้นที่ซื้อ

เงินที่ใช้ (บาท)

ขาดทุนสูงสุด (บาท)

% พอร์ตที่ใช้

* จำนวนหุ้นปัดลงเป็นจำนวนเต็ม

ตัวเลข % ความเสี่ยงที่เหมาะสม

ระดับ % ต่อครั้ง เหมาะกับ
อนุรักษ์นิยม 0.5–1% มือใหม่ หรือพอร์ตขนาดใหญ่
ปานกลาง 1–2% นักลงทุนทั่วไปที่มีระบบแล้ว
เชิงรุก 2–3% เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์
อันตราย >5% ไม่แนะนำ — ขาดทุน 10 ครั้งติดหมดพอร์ตครึ่งหนึ่ง

กฎง่ายๆ คือ ถ้าขาดทุน 10 ครั้งติดต่อกัน พอร์ตต้องยังอยู่รอดได้ — ตัวเลขที่ใช้ควรทำให้นั้นเป็นจริง

นำไปใช้จริง — ขั้นตอนก่อนซื้อทุกครั้ง

  1. ดูพอร์ตรวมปัจจุบัน — เงินที่มีทั้งหมดในบัญชีลงทุน
  2. กำหนด % ความเสี่ยง — เลือกตัวเลขที่นอนหลับได้สบายแม้ขาดทุน
  3. หาจุด Stop Loss ก่อน — จากกราฟ ไม่ใช่จากความรู้สึก
  4. คำนวณจำนวนหุ้น — ใส่ตัวเลขใน calculator ข้างบน
  5. ตรวจสอบว่าเงินที่ใช้ไม่เกิน 20–30% ของพอร์ต ต่อหุ้นหนึ่งตัว

ข้อผิดพลาดที่คนทำบ่อย

  • ไม่ตั้ง Stop Loss ก่อน แล้วค่อยคำนวณ Position — ทำไม่ได้ เพราะสองอย่างนี้ต้องอาศัยกัน ถ้าไม่มี Stop ก็ไม่รู้ว่าความเสี่ยงต่อหุ้นคือเท่าไหร่
  • ใช้ % สูงเมื่อมั่นใจมาก — ความมั่นใจไม่ใช่ข้อมูล เปลี่ยน % ตามอารมณ์ทำลายระบบทั้งหมด
  • คำนวณแล้วไม่ทำตาม — “แค่ซื้อเพิ่มอีกนิด” คือการเริ่มต้นทุ่มเงินโดยไม่รู้ตัว
  • ลืมนับ Commission และค่าธรรมเนียม — ใน Position ขนาดเล็กอาจกินกำไรไปมาก

สรุป

Position Sizing ไม่ได้บอกว่าหุ้นตัวไหนดี แต่บอกว่า ถ้าผิด จะเสียเท่าไหร่ และนั่นคือสิ่งที่ควบคุมได้ ในขณะที่ทิศทางของตลาดควบคุมไม่ได้

นักลงทุนที่อยู่รอดระยะยาวไม่ใช่คนที่ถูกทุกครั้ง แต่คือคนที่ แพ้น้อยในครั้งที่ผิด — Position Sizing ร่วมกับ Stop Loss และ ระบบ Risk Management คือสามเสาหลักที่ทำให้เป็นไปได้


⚠️ บทความนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตัดสินใจด้วยตนเองหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงทุน

Scroll to Top